แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

ศีล

 ศีล

ศีล ความประพฤติดีทางกายและวาจา, การรักษากายและวาจาให้เรียบร้อย,ข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม, การรักษาปกติตามระเบียบวินัย, ปกติมารยาทที่สะอาดปราศจากโทษ, ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว, ข้อปฏิบัติในการฝึกหัดกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น, ความสุจริตทางกายวาจาและอาชีพ

ศีล ๕


ศีล ๕ หรือ เบญจศีล (ความประพฤติชอบทางกายและวาจา, การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย, การรักษาปกติตามระเบียบวินัย, ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว, การควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความไม่เบียดเบียน — the Five Precepts; rules of morality)

๑. ปาณาติปาตา เวรมณี (เว้นจากการปลงชีวิต, เว้นจากการฆ่าการประทุษร้ายกัน — to abstain from killing)

๒. อทินนาทานา เวรมณี (เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้, เว้นจากการลักโกง ละเมิดกรรมสิทธิ์ ทำลายทรัพย์สิน — to abstain from stealing)

๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี (เว้นจากการประพฤติผิดในกาม, เว้นจากการล่วงละเมิดสิ่งที่ผู้อื่นรักใคร่หวงแหน — to abstain from sexual misconduct)

๔. มุสาวาทา เวรมณี (เว้นจากการพูดเท็จ โกหก หลอกลวง — to abstain from false speech)

๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี (เว้นจากน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท, เว้นจากสิ่งเสพติดให้โทษ — to abstain from intoxicants causing heedlessness)

ศีล ๕ ข้อนี้ ในบาลีชั้นเดิมส่วนมากเรียกว่า สิกขาบท ๕ (ข้อปฏิบัติในการฝึกตน — training rules) บ้าง ธรรม ๕ บ้าง เมื่อปฏิบัติได้ตามนี้ ก็ชื่อว่าเป็นผู้มีศีล คือเป็นเบื้องต้นที่จัดว่าเป็นผู้มีศีล (virtuous) คำว่าเบญจศีลที่มาในพระไตรปิฎก ปรากฏในคัมภีร์ชั้นอปทาน และพุทธวงส์ ต่อมาในสมัยหลัง มีชื่อเรียกเพิ่มขึ้นว่าเป็น นิจสีล (ศีลที่คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นประจำ — virtues to be observed uninterruptedly) บ้าง ว่าเป็น มนุษยธรรม (ธรรมของมนุษย์หรือธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ — virtues of man) บ้าง

ศีล ๘

ศีล ๘ สำหรับฝึกตนให้ยิ่งขึ้นไปโดยรักษาในบางโอกาส หรือมีศรัทธาจะรักษาประจำก็ได้ เช่น แม่ชีมักรักษาประจำ หัวข้อเหมือนศีล ๕ แต่เปลี่ยนข้อ ๓ และเติมข้อ ๖-๗-๘ คือ

๑. เว้นจากทำลายชีวิต
๒. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
๓. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี
๔. เว้นจากพูดเท็จ
๕. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
๖. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป
๗. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอมและเครื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง
๘. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่หรูหราฟุ่มเฟือย

คำสมาทานว่า

๑. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๒. อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๓. อพฺรหฺมจริยา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๔. มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๕. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๖. วิกาลโภชนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๗. นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา มาลาคนฺธวิเลปนธารณมณฺฑนวิภูสนฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๘. อุจฺจาสยนมหาสยนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ

ศีล ๑๐

ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร แต่ผู้ใดศรัทธาจะรักษาก็ได้ หัวข้อเหมือนศีล ๘ แต่แยกข้อ ๗ เป็น ๒ ข้อ (=๗-๘) เลื่อนข้อ ๘ เป็น ๙ และเติมข้อ ๑๐ คือ

๑. เว้นจากทำลายชีวิต
๒. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
๓. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี
๔. เว้นจากพูดเท็จ
๕. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
๖. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป
๗. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง ฯลฯ
๘. เว้นจากการทัดทรงดอกไม้ ฯลฯ
๙. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ ฯลฯ
๑๐ เว้นจากการรับทองและเงิน

คำสมาทานว่า

๑. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๒. อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๓. อพฺรหฺมจริยา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๔. มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๕. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๖. วิกาลโภชนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๗. นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๘. มาลาคนฺธวิเลปนธารณมณฺฑนวิภูสนฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๙. อุจฺจาสยนมหาสยนา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
๑๐. ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ

ศีล ๒๒๗

ศีล ๒๒๗ ศีลสำหรับพระภิกษุ หรือ ภิกขุปาฎิโมกข์ ประมวลสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้สำหรับภิกษุ มี ๒๒๗ ข้อ

สรุป สิกขาบท 227 ข้อ

พระวินัย 227 ข้อ ของพระ เป็นกฎหมายหรือข้อห้ามของ พระภิกษุสงฆ์เถรวาท ตามพระวินัยบัญญัติ จัดอยู่ในส่วนอาทิ พรหมจาริยกาสิกขา พระวินัย 227 บท ในพระปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธเจ้าทรงวางข้อกำหนด ไม่พึงละเมิดไว้ เพื่อความเป็น ระเบียบ เรียบร้อย ของคณะสงฆ์ และเพื่อเป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานอันเอื้อเฟื้อ ต่อการ ประพฤติพรหมจรรย์ของพระภิกษุสงฆ์ มีโทษในการล่วง ละเมิด ร้ายแรงที่สุด ถึงปาราชิก หรือขาดจากความเป็นพระสงฆ์

พระวินัย 227 บท ไม่ใช่ศีลแต่เรียกว่า พระวินัย ผู้ทำผิดศีลเรียกว่า ล่วงพระวินัย เป็น อาบัติ ระดับชั้นต่าง ๆ ตามความหนักเบา สามารถแบ่งระดับอาบัติออกได้เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ขั้นรุนแรงจนกระทั่งเบาที่สุด

ในอาบัติระดับเบาจะต้องมีการเผยความผิด อาบัติ ระดับเบาเช่น ปาจิตตีย์ สามารถแก้ได้ โดยกล่าวแสดง ความผิดของตน กับพระภิกษุรูปอื่น เพื่อเป็นการแสดง ถึงความสำนึกผิด และเพื่อจะตั้งใจประพฤติ ตนใหม่ หรือที่เรียกว่า การแสดงอาบัติ, ปลงอาบัติ แต่ถ้าถึงขั้นปาราชิกย่อมขาดจากความเป็นพระ และไม่สามารถบวช เป็นพระสงฆ์ได้อีก ซึ่งพระวินัย ไม่ใช่ศีล แต่เป็นเสมือนกฎหมายของพระภิกษุ

แต่หากจะกล่าวถึงศีลพระนั้น มีเพียง 43 ข้อ คือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล จึงจะเป็นศีลพระที่แท้จริงตามพุทธบัญญัติ

1 ปาราชิก มี ๔ ข้อ เช่น เสพเมถุน อวดอุตริ ลักทรัพย์ ฆ่าคน
2 สังฆาทิเสส มี ๑๓ ข้อ เช่น อสุจิเคลื่อน ต้องสตรี ยุสงฆ์ให้แตก
3 อนิยตกัณฑ์ มี ๒ ข้อ นั่งในที่ลับตากับสตรี นั่งในที่ลับหูกับสตรี
4 นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ข้อ รับเงินและทอง ซื้อขายด้วยเงินทอง ขอบาตร
5 ปาจิตตีย์ มี ๙๒ ข้อ พูดปด ด่า ส่อเสียด ขุดดิน ทำลายต้นไม้
6 ปาฏิเทสนียะ มี ๔ ข้อ ห้ามรับอาหารในบางกรณี
7 เสขิยะ สารูป มี ๒๖ ข้อ เรื่องความสำรวม ไม่เวิกผ้า ไม่พูดดัง หัวเราะดัง
8 โภชนปฏิสังยุตต์มี ๓๐ ข้อ หลักในการฉันท์อาหาร ไม่ฉันท์ดัง ไม่เลียมือ
9 ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ ๑๖ ข้อ เรื่องการแสดงธรรม เช่นไม่แสดงแก่คนนอน
10 ปกิณสถะ มี ๓ ข้อ ไม่ยืนปัสสาวะ ถ่ายอุจจาระ ไม่บ้วนน้ำลายลงน้ำ
11 อธิกรณ์สมณะ การพิจารณาความของสงฆ์
รวมสิกขาบท 227

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...