แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป

 109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป

คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า "ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป" เน้นย้ำให้ทำงานด้วยจิตว่าง มุ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงานและความถูกต้อง ไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้าหรือยึดติดกับตัวตน การเห็นแก่หน้า (ทิฐิมานะ) ทำให้เกิดความเครียด ปัญหาซ้ำซาก และสร้างอุปสรรคให้งานไม่สำเร็จ 

สาระสำคัญของคำสอน:

เห็นแก่หน้า: การทำเพื่อชื่อเสียง ได้หน้า ได้ตา หวาดกลัวการเสียหน้า หรือต้องการคำสรรเสริญ

ผลของการเห็นแก่หน้า: การงานจะมีปัญหาไม่จบสิ้น ความเห็นแก่ตัวจะครอบงำ

การแก้ไข: ให้ทำงานด้วยการ "เห็นแก่หน้าที่" หรือทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตนเอง 

การทำงานด้วยจิตว่าง (ทำงานให้เป็นธรรมะ) จะช่วยให้งานสำเร็จและจิตใจเป็นสุข

คำคมที่ท่านยกมานี้เป็นหนึ่งในคติธรรมอันแหลมคมของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเตือนสติในเรื่องของ "อัตตา" หรือการยึดมั่นในตัวตนผ่านการทำงาน

ความหมายโดยสรุปของคำสอนนี้คือ:

1. การทำงาน "เห็นแก่หน้า" คืออะไร?

คือการทำงานเพื่อให้คนอื่นชื่นชม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ หรือเพื่อลาภยศสรรเสริญ โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของงานหรือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อเราเอา "หน้าตา" เป็นตัวตั้ง เราจะกลายเป็นทาสของสายตาคนอื่น

2. ทำไมถึงจะ "พบปัญหาเรื่อยไป"?

ความไม่จริงใจ: เมื่อมุ่งแต่จะรักษาหน้า เราอาจต้องปกปิดความผิดพลาด หรือไม่กล้าพูดความจริงที่ขัดใจคนอื่น ทำให้ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขถูกซุกไว้ใต้พรมจนลุกลาม

ความเครียดและหวาดระแวง: ท่านจะกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าคนอื่นจะมองอย่างไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย

การสร้างศัตรู: การทำงานเอาหน้ามักมาคู่กับการชิงดีชิงเด่น ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในองค์กร

3. การ "เพิ่มปัญหา" อย่างไม่สิ้นสุด

แทนที่จะแก้ปัญหาที่ตัวงาน เรากลับไปแก้ปัญหาที่ "ภาพลักษณ์" ซึ่งเป็นการแก้ที่ไม่ตรงจุด ยิ่งพยายามรักษาหน้า ปัญหาก็ยิ่งพอกพูนเพราะรากเหง้าของปัญหาจริงๆ ไม่เคยถูกจัดการ

ทางแก้ตามแนวทางพุทธทาส:

ท่านมักสอนให้เรา "ทำงานด้วยจิตว่าง" หรือทำงานเพื่อหน้าที่ (Duty for duty's sake) โดยไม่ต้องมีตัวกู-ของกู เข้าไปแบกไว้

"จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง และมอบผลงานทั้งปวงให้แก่ส่วนรวม"

หากท่านเปลี่ยนจากการทำงาน "เพื่อหน้าตา" เป็นการทำงาน "เพื่อหน้าที่" ปัญหาที่ว่าหนักก็จะเบาลง และความวุ่นวายใจก็จะหมดไป


เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...