109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป
คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า "ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป" เน้นย้ำให้ทำงานด้วยจิตว่าง มุ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงานและความถูกต้อง ไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้าหรือยึดติดกับตัวตน การเห็นแก่หน้า (ทิฐิมานะ) ทำให้เกิดความเครียด ปัญหาซ้ำซาก และสร้างอุปสรรคให้งานไม่สำเร็จ
สาระสำคัญของคำสอน:
เห็นแก่หน้า: การทำเพื่อชื่อเสียง ได้หน้า ได้ตา หวาดกลัวการเสียหน้า หรือต้องการคำสรรเสริญ
ผลของการเห็นแก่หน้า: การงานจะมีปัญหาไม่จบสิ้น ความเห็นแก่ตัวจะครอบงำ
การแก้ไข: ให้ทำงานด้วยการ "เห็นแก่หน้าที่" หรือทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตนเอง
การทำงานด้วยจิตว่าง (ทำงานให้เป็นธรรมะ) จะช่วยให้งานสำเร็จและจิตใจเป็นสุข
คำคมที่ท่านยกมานี้เป็นหนึ่งในคติธรรมอันแหลมคมของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเตือนสติในเรื่องของ "อัตตา" หรือการยึดมั่นในตัวตนผ่านการทำงาน
ความหมายโดยสรุปของคำสอนนี้คือ:
1. การทำงาน "เห็นแก่หน้า" คืออะไร?
คือการทำงานเพื่อให้คนอื่นชื่นชม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ หรือเพื่อลาภยศสรรเสริญ โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของงานหรือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อเราเอา "หน้าตา" เป็นตัวตั้ง เราจะกลายเป็นทาสของสายตาคนอื่น
2. ทำไมถึงจะ "พบปัญหาเรื่อยไป"?
ความไม่จริงใจ: เมื่อมุ่งแต่จะรักษาหน้า เราอาจต้องปกปิดความผิดพลาด หรือไม่กล้าพูดความจริงที่ขัดใจคนอื่น ทำให้ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขถูกซุกไว้ใต้พรมจนลุกลาม
ความเครียดและหวาดระแวง: ท่านจะกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าคนอื่นจะมองอย่างไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย
การสร้างศัตรู: การทำงานเอาหน้ามักมาคู่กับการชิงดีชิงเด่น ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในองค์กร
3. การ "เพิ่มปัญหา" อย่างไม่สิ้นสุด
แทนที่จะแก้ปัญหาที่ตัวงาน เรากลับไปแก้ปัญหาที่ "ภาพลักษณ์" ซึ่งเป็นการแก้ที่ไม่ตรงจุด ยิ่งพยายามรักษาหน้า ปัญหาก็ยิ่งพอกพูนเพราะรากเหง้าของปัญหาจริงๆ ไม่เคยถูกจัดการ
ทางแก้ตามแนวทางพุทธทาส:
ท่านมักสอนให้เรา "ทำงานด้วยจิตว่าง" หรือทำงานเพื่อหน้าที่ (Duty for duty's sake) โดยไม่ต้องมีตัวกู-ของกู เข้าไปแบกไว้
"จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง และมอบผลงานทั้งปวงให้แก่ส่วนรวม"
หากท่านเปลี่ยนจากการทำงาน "เพื่อหน้าตา" เป็นการทำงาน "เพื่อหน้าที่" ปัญหาที่ว่าหนักก็จะเบาลง และความวุ่นวายใจก็จะหมดไป