แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา

 89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา

คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า "ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา" หมายความว่าธรรมะที่แท้จริงคือการปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการจำศีลภาวนาในวัด แต่คือการทำงานและใช้ชีวิตประจำวันด้วยสติปัญญา หากละเลยหน้าที่ ธรรมะย่อมไม่อยู่ในวัดที่แห้งแล้ง แต่ไปปรากฏอยู่กับคนที่ทำงานอย่างสุจริตและถูกต้อง 

สรุปแนวคิด "ธรรมะคือหน้าที่"

ปฏิบัติธรรม=ทำหน้าที่: ท่านพุทธทาสเน้นว่าการทำหน้าที่ตามบทบาทของตน (เช่น ชาวนา, พ่อแม่, นักเรียน) ด้วยความถูกต้องและสติปัญญา ถือเป็นการปฏิบัติธรรมสูงสุด

ธรรมะไม่อยู่แค่ในวัด: หากคนในวัดไม่ทำหน้าที่ แต่ชาวนาทำนาด้วยความซื่อสัตย์และสติ ธรรมะจะหนีจากวัดไปอยู่กลางทุ่งนา (อยู่ในที่ที่มีการทำงานและมีประโยชน์)

ความถูกต้องคือธรรมะ: ธรรมะคือสิ่งที่ช่วยให้การทำงานนั้นสำเร็จและเป็นประโยชน์ ไม่นำความทุกข์มาสู่ตนเองและผู้อื่น 

ดังนั้น ธรรมะตามทรรศนะพุทธทาสภิกขุคือการดำเนินชีวิตจริง และการทำงานที่ถูกต้องนั่นเอง

คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นการเตือนสติที่เฉียบคมเรื่อง "การปฏิบัติธรรมคือการทำหน้าที่" 

ท่านต้องการสื่อว่า:

ธรรมะไม่ใช่แค่เรื่องในวัด: หากพระสงฆ์หรือผู้อยู่ในวัดไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตน ธรรมะก็จะไม่หลงเหลืออยู่ในวัดนั้น

ธรรมะอยู่ที่การทำงาน: ในทางกลับกัน หากชาวนาตั้งใจทำหน้าที่ ไถนาด้วยความอดทน สุจริต และมีสติ ธรรมะก็จะไปปรากฏอยู่ "กลางทุ่งนา" แทน

สรุปสั้นๆ: ธรรมะไม่ได้ผูกขาดอยู่กับสถานที่หรือเครื่องแบบ แต่มันคือ "หน้าที่" ใครทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง ผู้นั้นคือผู้มีธรรมะ

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...