59. ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่างไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม
หลักธรรม "ภาษาคน-ภาษาธรรม" ของท่านพุทธทาสภิกขุ แบ่งการสื่อสารออกเป็น 2 ระดับ: ภาษาคน คือการพูดเชิงสมมติที่ยึดติดว่ามีตัวตน-ของตน (เช่น คน, สัตว์, ฉัน, เธอ) ส่วน ภาษาธรรม คือภาษาปรมัตถ์ที่พูดถึงความจริงสูงสุดว่าทุกสิ่งไม่มีตัวตนจริง (อนัตตา) เป็นเพียงการปรุงแต่งของธรรมชาติ เพื่อให้เข้าใจสัจธรรมอย่างแท้จริง
สรุปแนวคิดภาษาคน-ภาษาธรรม (พุทธทาสภิกขุ):
ภาษาคน (ภาษาชาวบ้าน/ภาษาทั่วไป):
พูดแบบมีตัวตน, มีเรา, มีเขา, มีการเกิด-การตาย, มีบุญ-บาป, มีสุข-ทุกข์
ใช้เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ความเข้าใจเรื่องสมมติ
ตัวอย่าง: "ฉันทำบุญ", "เขาตายแล้ว"
ภาษาธรรม (ภาษาธรรมะ/ภาษาปรมัตถ์):
พูดแบบไม่มีตัวตน, ความเป็นอนัตตา, ไม่มีใครเกิด-ไม่มีใครตาย
ใช้เพื่อแสดงความจริงระดับลึกที่พ้นจากการยึดติด
ตัวอย่าง: "ไม่มีใครทำบุญ มีแต่การปรุงแต่ง", "ขันธ์ห้าแตกดับ", "ทุกอย่างว่างเปล่า"
จุดมุ่งหมาย:
พุทธทาสภิกขุสอนให้เข้าใจภาษาคนเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม แต่ต้องเข้าใจภาษาธรรมเพื่อการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็น "ตัวกู-ของกู"
ภาษาคน (ภาษาพูดอย่างมีตัวตน): เป็นภาษาระดับโลกียะที่ใช้สื่อสารกันทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยอิงจากสมมติบัญญัติว่ามี "ตัวกู-ของกู" มีเรา มีเขา มีสัตว์ บุคคล ตัวตน หอจดหมายเหตุพุทธทาส
ภาษาธรรม (พูดอย่างไม่มีตัวตน): เป็นภาษาระดับโลกุตระที่ใช้พูดถึงความจริงอันสูงสุด (ปรมัตถธรรม) ซึ่งมองทุกอย่างเป็นเพียงกระแสของเหตุปัจจัยหรือ "อนัตตา" คือไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้ ธรรมสภา
สรุปสั้นๆ: ภาษาคนพูดถึง "คน" ที่มีความรู้สึกนึกคิด แต่ภาษาธรรมพูดถึง "สภาวะธรรม" ที่ว่างจากตัวตน
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ ระหว่างภาษาคนกับภาษาธรรม พุทธทาส
การเปรียบเทียบระหว่าง "ภาษาคน" และ "ภาษาธรรม" ของท่านพุทธทาสภิกขุ คือการชี้ให้เห็นว่าคำคำเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามระดับความเข้าใจทางธรรม โดย ภาษาคน คือภาษาที่ใช้สื่อสารเรื่องโลกภายนอกและวัตถุ ส่วน ภาษาธรรม คือภาษาที่อธิบายสภาวะทางจิตและการดับทุกข์
นี่คือตัวอย่างการเปรียบเทียบที่เด่นชัด:
คำศัพท์ ความหมายใน "ภาษาคน" (ระดับโลก) ความหมายใน "ภาษาธรรม" (ระดับธรรม)
พระพุทธเจ้า บุคคลทางประวัติศาสตร์ที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ "สภาวะแห่งความรู้" ความสะอาด สว่าง สงบ (พุทธะ)
การตาย การสิ้นลมหายใจ ร่างกายแตกสลาย การตายของ "ตัวกู-ของกู" (ความยึดมั่นถือมั่นดับไป)
นิพพาน เมืองแก้วที่ไปอยู่หลังตาย (เป็นสถานที่) ความเย็นแห่งจิต เมื่อไฟกิเลส (โลภ โกรธ หลง) ดับลง
สวรรค์ วิมานบนฟ้า มีนางฟ้าและเทพบุตร ความสบายใจ เมื่อได้ทำความดีหรือมีจิตที่เป็นสุข
นรก หลุมไฟหรือสถานที่ลงโทษใต้ดิน ความเร่าร้อนแผดเผาในใจ จากกิเลสหรือความชั่ว
พ่อ-แม่ ผู้ให้กำเนิดทางร่างกาย อวิชชา (พ่อ) และตัณหา (แม่) ที่ทำให้เกิด "ตัวกู-ของกู"
ทาง (มรรค) ถนนที่ใช้เดินด้วยเท้า ข้อปฏิบัติ เพื่อการดับทุกข์ (เช่น มรรคมีองค์ 8)
สงสาร ความรู้สึกเห็นใจเมื่อเห็นผู้อื่นลำบาก สังสารวัฏ การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
หัวใจสำคัญ: ท่านพุทธทาสเน้นว่า "ความทุกข์" เกิดจากการที่เรายึดติดอยู่แต่ภาษาคน (ยึดตัวตน) หากเข้าใจภาษาธรรม เราจะมองเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริงว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ต้องแบกรับไว้เป็นภาระของจิต