72. จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย
หลักคำสอนนี้ของท่านพุทธทาสภิกขุหมายถึง การส่งเสริมให้คนขยันทำงานต้องควบคู่ไปกับการสอนให้มี "จิตว่าง" หรือการทำงานด้วยความรู้สึกไม่ยึดติด เพื่อป้องกันความเครียด ความวิตกกังวล และความทุกข์ทางใจ (โรคจิต) ที่เกิดจากการคาดหวังผลลัพธ์หรือยึดติดว่าเป็น "ตัวกู-ของกู" ในผลงานนั้นๆ
แนวทางปฏิบัติเพื่อความขยันที่มาพร้อมความสุข (ป้องกันโรคจิต):
ทำงานด้วยจิตว่าง: ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ แต่ไม่ยึดติดกับผลงาน ไม่ต้องวิตกกังวลว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
ทำงานแบบไม่เอารัดเอาเปรียบ: ขยันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือความสุขในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อตอบสนองกิเลสหรือความโลภ
มีสติและปัญญา: ใช้สติกำกับในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดความโกรธหรือโทสะเมื่อเจอปัญหา
ปล่อยวาง: เมื่อทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ให้ปล่อยวาง ไม่แบกภาระความเครียดไว้หลังจบงาน
คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นการเตือนสติที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิตครับ ท่านสื่อว่าการโหมขยันเพียงอย่างเดียวโดยขาดธรรมะหรือวิธีควบคุมจิตใจ อาจนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล หรือ "โรคทางจิต" ในความหมายทางธรรมได้
หัวใจสำคัญของประโยคนี้คือ:
ขยันอย่างมีสติ: หากขยันเพราะความโลภหรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวกู-ของกู จะทำให้ใจเป็นทุกข์และเร่าร้อน หอจดหมายเหตุพุทธทาส
วิธีป้องกันโรคจิต (ในทางธรรม): คือการทำงานด้วยความว่าง หรือการมี "จิตว่าง" (ทำงานไปตามหน้าที่ โดยไม่ยึดติดในผลลัพธ์ว่าเป็นตัวเราหรือของเรา) ซึ่งจะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและไม่เป็นบ้าไปกับงาน ธรรมะไทย
การทำงานคือการปฏิบัติธรรม: ท่านพุทธทาสสอนเสมอว่า "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม" ถ้าเราทำด้วยท่าทีที่ถูกต้อง งานจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องฝึกจิตใจให้สะอาด สว่าง และสงบ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
สรุปสั้นๆ คือ "จงขยันทำหน้าที่ แต่ประหารความยึดติด เพื่อไม่ให้จิตต้องป่วย