96. ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น
คำกล่าวที่ว่า "ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น" ของท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นการให้ความหมายของคำว่า "สุภาษิต" ในเชิงรหัสนัยและเน้นการนำไปใช้จริง (Pragmatism) มากกว่าเพียงแค่ความไพเราะตามพจนานุกรม
สาระสำคัญของแนวคิดนี้สามารถแยกแยะได้ดังนี้
1. ประโยชน์คือตัวตัดสิน (Utility as a Criterion)
ตามปกติเรามักเข้าใจว่าสุภาษิตต้องเป็นคำบาลี หรือคำคมจากปราชญ์โบราณ แต่ท่านพุทธทาสสอนให้มองที่ "ผลลัพธ์" หากถ้อยคำใดพูดออกไปแล้วเกิดประโยชน์ ทำให้ผู้ฟังตาสว่าง แก้ปัญหาได้ หรือลดความทุกข์ได้ คำนั้นก็ทำหน้าที่เป็น "สุภาษิต" (คำที่กล่าวดีแล้ว) ในขณะนั้นทันที
2. ไม่ยึดติดกับรูปแบบ (Beyond Form)
ไม่ว่าจะเป็นคำดุด่า คำเตือนสติแบบขวานผ่าซาก หรือคำพูดธรรมดาในชีวิตประจำวัน หากมันถูกกาลเทศะและเปลี่ยนใจคนให้ดีขึ้นได้ ท่านถือว่าเป็นสุภาษิตทั้งหมด ซึ่งตรงกับหลักการสอนแบบ "โกอาน" (Koan) ในเซนที่ท่านพุทธทาสชื่นชอบ คือการใช้ถ้อยคำที่กระแทกใจเพื่อความหลุดพ้น
3. การนำไปประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
ในยุคที่ข้อมูลล้นหลาม แนวคิดนี้เตือนใจเราว่า:
คัดกรองสิ่งที่ฟัง: ไม่ต้องรอฟังแต่คำสวยหรู แต่ให้เลือกฟังสิ่งที่ "ใช้ประโยชน์ได้จริง"
ระวังสิ่งที่พูด: ก่อนพูดให้ถามตัวเองว่า คำพูดนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ต่อให้ไพเราะแค่ไหนก็ไม่ใช่สุภาษิต
สรุปสั้นๆ: สุภาษิตในมุมมองของท่านพุทธทาส ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นคำของใครหรือเพราะแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า "ฟังแล้วดับทุกข์ได้ไหม หรือทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือไม่"