แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว

 42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว

ข้อความข้างต้นเป็นธรรมคำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ชี้ให้เห็นว่า ในชีวิตประจำวัน มนุษย์ได้รับความสงบเย็นใจเล็กๆ น้อยๆ จากการพักผ่อนตามธรรมชาติ เช่น การนอนหลับ การได้หยุดพักจากความเครียด หรือการมีความสุขชั่วคราว ซึ่งเปรียบเสมือน "นิพพานชั่วคราว" หากไม่มีช่วงเวลาเหล่านี้ จิตใจจะแบกรับภาระจนเป็นโรคประสาทและเสียชีวิตได้ 

ประเด็นสำคัญของนิพพานชั่วคราว:

นิพพานตามธรรมชาติ: คือการที่จิตว่างจากกิเลสหรือความร้อนรนเป็นพักๆ โดยไม่ต้องใช้การปฏิบัติขั้นสูง

ความจำเป็นต่อชีวิต: เปรียบเสมือน "ตู้เย็น" หรือที่พักร้อนของจิตใจ ทำให้ชีวิตรอดจากการเป็นบ้าหรือโรคประสาท

การมองข้าม: มนุษย์มักมองข้ามความสำคัญของความสงบตามธรรมชาติเหล่านี้ และไม่รู้คุณค่าของการพักใจที่แท้จริง 

เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว

นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่เปรียบเปรยให้เห็นความสำคัญของความสงบทางจิตใจในชีวิตประจำวันครับ

นิพพานชั่วคราว (ตทังคนิพพาน): คือช่วงเวลาที่จิตว่างจากกิเลสหรือความยึดมั่นถือมั่นชั่วขณะ เช่น ตอนหลับลึก, ตอนจิตจดจ่อกับสิ่งที่ทำจนลืมตัวตน หรือตอนที่ไม่มีอะไรมารบกวนให้โกรธหรือโลภ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

ความจำเป็น: ท่านมองว่าหากจิตใจต้อง "เร่าร้อน" ด้วยไฟของกิเลสตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีช่วงพักผ่อน (นิพพานชั่วคราว) เลย มนุษย์จะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้ จนกลายเป็นโรคประสาทหรือร่างกายล้มเหลวไปในที่สุด ธรรมะไทย

สรุปสั้นๆ คือ "ความสงบ" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตที่ธรรมชาติให้มาเพื่อให้เรายังรักษาสมดุลอยู่ได้

การฝึกสติ 40 วิธี คือ หลักสมถกรรมฐานที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ เพื่อให้เกิดสมาธิและปัญญา โดยหลักๆ มี 4 หมวดคือ กสิณ 10 (เพ่งสี, ธาตุ, แสง), อสุภะ 10 (พิจารณซากศพเพื่อรู้ความไม่เที่ยง), อนุสติ 10 (ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า/พระธรรม/พระสงฆ์/ศีล/ทาน), อัปปมัญญา 4 (เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา) และมีอื่นๆ เช่น อาหาเรปฏิกูลสัญญา (พิจารณาอาหาร) และ อรูปสมาบัติ 4 (อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ) เพื่อฝึกจิตให้ละเอียดและสงบยิ่งขึ้นตามลำดับ. 

1. กสิณ (10 วิธี)

กสิณธาตุ: ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม.

กสิณสี: เขียว (นีลกสิณ), เหลือง (ปีตกสิณ), แดง (โลหิตกสิณ), ขาว (โอฑาตกสิณ).

กสิณแสง: แสงสว่าง (อาโลกกสิณ).

กสิณช่องว่าง: อากาศ (อากาศกสิณ). 

2. อสุภะ (10 วิธี)

การพิจารณาซากศพในสภาพต่างๆ เพื่อให้เห็นความไม่เที่ยงของร่างกาย ลดความติดใจในรูปกาย (เช่น ซากศพมีสีต่างๆ, ซากศพพอง, ซากศพเน่าเฟะ). 

3. อนุสติ (10 วิธี)

พุทธานุสติ: ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า.

ธัมมานุสติ: ระลึกถึงคุณพระธรรม.

สังฆานุสติ: ระลึกถึงคุณพระสงฆ์.

สีลานุสติ: ระลึกถึงศีลที่รักษา.

จาคานุสติ: ระลึกถึงการบริจาคทาน.

เทวตานุสติ: ระลึกถึงเทวดาผู้มีศีล.

มารณานุสติ: ระลึกถึงความตาย.

กายคตาสติ: ระลึกถึงส่วนต่างๆ ในร่างกาย.

อานาปานสติ: ลมหายใจเข้า-ออก.

มรณานุสติ: การพิจารณาความตาย (ซ้ำจากข้อ 7 แต่เน้นการกำหนดลมหายใจ). 

4. อัปปมัญญา (4 วิธี)

เมตตา: แผ่ความปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสุข.

กรุณา: แผ่ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์.

มุทิตา: แผ่ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี.

อุเบกขา: วางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย. 

5. อื่นๆ

อาหาเรปฏิกูลสัญญา (1 วิธี): พิจารณาอาหารที่กินว่าน่ารังเกียจอย่างไร เพื่อไม่ให้ติดในรสชาติ. 

อรูปสมาบัติ (4 วิธี): สมาบัติขั้นสูงโดยกำหนดอากาศไม่มีที่สิ้นสุด, วิญญาณไม่มีที่สุด, ความไม่มีอะไรเลย, และสัญญา (ความจำ) ไม่ใช่สัญญาทั้งปวง. 


เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...