42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว
ข้อความข้างต้นเป็นธรรมคำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ชี้ให้เห็นว่า ในชีวิตประจำวัน มนุษย์ได้รับความสงบเย็นใจเล็กๆ น้อยๆ จากการพักผ่อนตามธรรมชาติ เช่น การนอนหลับ การได้หยุดพักจากความเครียด หรือการมีความสุขชั่วคราว ซึ่งเปรียบเสมือน "นิพพานชั่วคราว" หากไม่มีช่วงเวลาเหล่านี้ จิตใจจะแบกรับภาระจนเป็นโรคประสาทและเสียชีวิตได้
ประเด็นสำคัญของนิพพานชั่วคราว:
นิพพานตามธรรมชาติ: คือการที่จิตว่างจากกิเลสหรือความร้อนรนเป็นพักๆ โดยไม่ต้องใช้การปฏิบัติขั้นสูง
ความจำเป็นต่อชีวิต: เปรียบเสมือน "ตู้เย็น" หรือที่พักร้อนของจิตใจ ทำให้ชีวิตรอดจากการเป็นบ้าหรือโรคประสาท
การมองข้าม: มนุษย์มักมองข้ามความสำคัญของความสงบตามธรรมชาติเหล่านี้ และไม่รู้คุณค่าของการพักใจที่แท้จริง
เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว
นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่เปรียบเปรยให้เห็นความสำคัญของความสงบทางจิตใจในชีวิตประจำวันครับ
นิพพานชั่วคราว (ตทังคนิพพาน): คือช่วงเวลาที่จิตว่างจากกิเลสหรือความยึดมั่นถือมั่นชั่วขณะ เช่น ตอนหลับลึก, ตอนจิตจดจ่อกับสิ่งที่ทำจนลืมตัวตน หรือตอนที่ไม่มีอะไรมารบกวนให้โกรธหรือโลภ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
ความจำเป็น: ท่านมองว่าหากจิตใจต้อง "เร่าร้อน" ด้วยไฟของกิเลสตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีช่วงพักผ่อน (นิพพานชั่วคราว) เลย มนุษย์จะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้ จนกลายเป็นโรคประสาทหรือร่างกายล้มเหลวไปในที่สุด ธรรมะไทย
สรุปสั้นๆ คือ "ความสงบ" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตที่ธรรมชาติให้มาเพื่อให้เรายังรักษาสมดุลอยู่ได้
การฝึกสติ 40 วิธี คือ หลักสมถกรรมฐานที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ เพื่อให้เกิดสมาธิและปัญญา โดยหลักๆ มี 4 หมวดคือ กสิณ 10 (เพ่งสี, ธาตุ, แสง), อสุภะ 10 (พิจารณซากศพเพื่อรู้ความไม่เที่ยง), อนุสติ 10 (ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า/พระธรรม/พระสงฆ์/ศีล/ทาน), อัปปมัญญา 4 (เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา) และมีอื่นๆ เช่น อาหาเรปฏิกูลสัญญา (พิจารณาอาหาร) และ อรูปสมาบัติ 4 (อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ) เพื่อฝึกจิตให้ละเอียดและสงบยิ่งขึ้นตามลำดับ.
1. กสิณ (10 วิธี)
กสิณธาตุ: ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม.
กสิณสี: เขียว (นีลกสิณ), เหลือง (ปีตกสิณ), แดง (โลหิตกสิณ), ขาว (โอฑาตกสิณ).
กสิณแสง: แสงสว่าง (อาโลกกสิณ).
กสิณช่องว่าง: อากาศ (อากาศกสิณ).
2. อสุภะ (10 วิธี)
การพิจารณาซากศพในสภาพต่างๆ เพื่อให้เห็นความไม่เที่ยงของร่างกาย ลดความติดใจในรูปกาย (เช่น ซากศพมีสีต่างๆ, ซากศพพอง, ซากศพเน่าเฟะ).
3. อนุสติ (10 วิธี)
พุทธานุสติ: ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า.
ธัมมานุสติ: ระลึกถึงคุณพระธรรม.
สังฆานุสติ: ระลึกถึงคุณพระสงฆ์.
สีลานุสติ: ระลึกถึงศีลที่รักษา.
จาคานุสติ: ระลึกถึงการบริจาคทาน.
เทวตานุสติ: ระลึกถึงเทวดาผู้มีศีล.
มารณานุสติ: ระลึกถึงความตาย.
กายคตาสติ: ระลึกถึงส่วนต่างๆ ในร่างกาย.
อานาปานสติ: ลมหายใจเข้า-ออก.
มรณานุสติ: การพิจารณาความตาย (ซ้ำจากข้อ 7 แต่เน้นการกำหนดลมหายใจ).
4. อัปปมัญญา (4 วิธี)
เมตตา: แผ่ความปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสุข.
กรุณา: แผ่ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์.
มุทิตา: แผ่ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี.
อุเบกขา: วางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย.
5. อื่นๆ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา (1 วิธี): พิจารณาอาหารที่กินว่าน่ารังเกียจอย่างไร เพื่อไม่ให้ติดในรสชาติ.
อรูปสมาบัติ (4 วิธี): สมาบัติขั้นสูงโดยกำหนดอากาศไม่มีที่สิ้นสุด, วิญญาณไม่มีที่สุด, ความไม่มีอะไรเลย, และสัญญา (ความจำ) ไม่ใช่สัญญาทั้งปวง.