115. ถ้าท่านมีความงก ท่านก็จะได้เป็นยาจกในเรือนเศรษฐี
วาทะที่ว่า "ถ้าท่านมีความงก ท่านก็จะได้เป็นยาจกในเรือนเศรษฐี" เป็นหนึ่งในหลักธรรมนำชีวิตของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่มุ่งเน้นการสอนเรื่องการปล่อยวางและการใช้ชีวิตอย่างมีสติ
ความหมายและคำอธิบาย
คำสอนนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง "สภาวะทางจิตใจ" มากกว่าฐานะทางเศรษฐกิจ:
ความงก (ความโลภ): เมื่อมนุษย์มีความยากอยากได้ไม่สิ้นสุด จิตใจจะเต็มไปด้วยความหิวโหยและความกังวล
ยาจกในเรือนเศรษฐี: แม้บุคคลนั้นจะมีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล (เป็นเศรษฐี) แต่ถ้าจิตใจยัง "งก" หรือยึดติดในทรัพย์นั้นอย่างแรงกล้า เขาก็จะใช้ชีวิตอย่างขัดสนทางจิตใจ ไม่กล้าใช้ ไม่กล้าแบ่งปัน และต้องคอยเฝ้าแหนด้วยความทุกข์ เหมือนคนยากจน (ยาจก) ที่ไม่มีอะไรเป็นของตนเองอย่างแท้จริง เพราะใจไม่เคยสัมผัสถึงความ "พอ"
หลักธรรมที่เกี่ยวข้อง
ท่านพุทธทาสมักสอนให้เราอยู่อย่าง "ว่าง" จากตัวตนและของตน เพื่อให้เกิดความสงบสุขที่แท้จริง:
การปล่อยวาง: การมีทรัพย์แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็น "ตัวกู ของกู"
สันโดษ: การพอใจในสิ่งที่ตนมี ทำให้คนจนกลายเป็นเศรษฐี (ทางใจ) ได้ ในขณะที่ความงกทำให้เศรษฐีกลายเป็นยาจก
เรากำลังเป็นเจ้าของทรัพย์ หรือกำลังตกเป็นทาสของทรัพย์
การเป็นเจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงคือการใช้ทรัพย์สินด้วยปัญญาเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและความสุข (บ่าว) แต่หากปล่อยให้ทรัพย์สินครอบงำจิตใจ ทะเลาะเบาะแว้ง เสียความสัมพันธ์ หรือสุขภาพ เพื่อแลกกับเงินทอง นั่นคือภาวะที่กำลังตกเป็นทาสของทรัพย์ (นาย) โดยมีปัญญาเป็นตัวแยกแยะ
สัญญาณของการเป็นเจ้าของทรัพย์:
ใช้งานด้วยปัญญา: ใช้เงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และสร้างประโยชน์
เป็นอิสระทางใจ: เมื่อทรัพย์สินเหล่านั้นหายไปหรือลดลง ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนจนเสียศูนย์
มีสุขภาวะที่ดี: สุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างยังคงปกติ
สัญญาณของการตกเป็นทาสของทรัพย์:
ทรัพย์เป็นนาย: ยอมสละทุกอย่าง (สุขภาพ, ครอบครัว, เพื่อนฝูง) เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์
ความโลภครอบงำ: เกิดความสยบ มัวเมา หวงแหน และหวาดกลัวที่จะเสียทรัพย์สินไป
ทุกข์จากการหา/รักษา: ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน เครียด นอนไม่หลับ และไม่เคยรู้สึกพอ
แนวทางแก้ไข:
การเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ฉลาดคือการทำให้ทรัพย์สินเป็น "บ่าว" รับใช้ชีวิต ไม่ใช่ปล่อยให้ทรัพย์เป็น "นาย" ที่สั่งการชีวิต