วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สรุปคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ รวม 309 หัวข้อ

คำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ รวม 309 หัวข้อ
1. พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่
2. พุทธะเป็นใครก็ได้ ถ้าเป็นผู้รู้ – ตื่น – เบิกบาน
3. นิพพานในทุกความหมาย ไม่เกี่ยวกับความตาย
4. นิพพานเป็นของได้เปล่า เมื่อสลัดตัวกูออกไปเสีย
5. นิพพานในความหมายของชาวบ้าน (นิพฺพุโต) ก็มีอยู่
6. นิพพานในปัจจุบัน (เมื่อจิตว่าง) เรียกสามายิกนิพพาน เป็นสิ่งควรสนใจ
7. นิพพานหาพบได้ที่วัฏฏสงสาร
8. นิพพานคือ “ตัวกู” ตายเสียก่อนแต่ร่างกายตาย
9. ทำงานและมีชีวิตอยู่ด้วยจิตว่างจากตัวกู
10. ทุกเรื่องและทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับจิตสิ่งเดียว

11. ปากอย่างใจอย่าง หนทางแห่งยอดสุข
12. กิเลสกับโพธิ์ ล้วนแต่เป็นสังขารธรรมด้วยกัน
13. มีสติเมื่อผัสสะ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดทุกข์
14. เพชรในหัวคางคก (ความรู้ที่ทุกข์สอนให้) นั้นมีอยู่
15. ตัวกู – ของกู จอมศัตรูตัวร้ายกาจ
16. เหนือความหมายแห่งของคู่ทุกชนิด คืออิสระ
17. เรื่องดี – ชั่ว สุข – ทุกข์ บุญ – บาป ยังมิใช่ความสงบ
18. นรกสวรรค์ในพุทธศาสนา มีอยู่ที่อายตนะนั่นแหละ
19. ที่มาแท้จริงของสุขและทุกข์ คือการทำผิดหรือทำถูก ต่อกฎอิทัปปัจจตา
20. อย่าไปกินเนื้อกินผัก กินแต่อาหารไม่มีโทษก็พอ

21. ฆราวาสธรรม มิใช่สำหรับฆราวาสจมปลักอยู่ในความเป็นฆราวาส แต่เพื่อพ้นจากความเป็นฆราวาส
22. วรรณะโดยกำเนิด เลิกได้ โดยการงาน นั้นเป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถเลิกได้
23. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย
24. พระอรหันต์ทุกองค์ก็มิได้บรรลุในมหาวิทยาลัย
25. ผู้ทำบุญไปสวรรค์ต้องรู้ไว้ว่า เทวดาเขาต้องจุติมาสุคติกันที่มนุษย์โลก
26. คำว่าศาสนาในความหมายสูงสุด คือวิธีการเพื่อความรอด ทุกชนิดทุกระดับ
27. แม้แต่สัตว์และต้นไม้พืชพันธุ์ ก็ต้องมีศาสนาตามแบบของตน ๆ คือระบบเพื่อความรอด
28. สอนธรรมะยาก เพราะภาษาที่ใช้อยู่ มีไม่พอ
29. คำว่าสังขาร แปลว่าของปรุง – การปรุง, มิใช่ร่างกายคร่ำคร่าสำหรับจะตาย
30. พุทธศาสนาทำให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตในลักษณะที่ไม่เกิดทุกข์

31. ชีวิตใหม่ คือชีวิตที่มีปัญหาและคำถามเกี่ยวกับความทุกข์จางลงและหมดไป
32. ทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์ (ไม่มีความสงบ) จะเอาความสงบต้องพ้นชั่วพ้นดี เหนือบาปเหนือบุญ
33. ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุ, ยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความเจริญ
34. สิ่งเลวร้ายที่ต้องรู้จักเรื่องแรกที่สุด ก็คือเรื่องนิวรณ์ทั้งห้านั่นเอง, ถ้าไม่รู้จักก็ไม่อาจรู้เรื่องกิเลส
35. การเป็นเกลอกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ
36. หัวใจพุทธศาสนาที่สัญลักษณ์กางเขน “ตัดตัวกู”
37. หัวใจพุทธศาสนาที่หน้าแรก ๆ ของไบเบิ้ล คือไม่ยึดติดในความดีและความชั่ว ซึ่งจะต้องตาย
38. ทุกคนสามารถเป็นพุทธทาสได้ไม่มากก็น้อยแต่เขาไม่สนใจกันเสียเลย
39. ความไม่ตายมี ๒ ชนิด : ไม่ตายทางกาย (สำหรับสัตว์), ไม่ตายทางวิญญาณ (สำหรับมนุษย์)
40. คนเกลียดวัดเกลียดธรรมะ โดยมากไม่รู้สึกตัวว่าเกลียด จึงไม่มีความคิดที่จะหมุนเข้ามาหาธรรมะ

41. วินัยเป็นสิ่งที่ทรงบัญญัติขึ้น, ธรรมะเป็นสิ่งที่ทรงพบแล้วแสดงออก: มันต่างกันอย่างนี้
42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว
43. คนทั้งโลกอกตัญญูต่อ “นิพพานชั่วคราว” อย่างหลับหูหลับตา แล้วยังแถมเนรคุณ คือ เกลียดนิพพาน
44. ศีลธรรมทุกข้อทุกระบบมีปรมัตถธรรมเป็นรากฐาน
45. ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาวินาศ, กลับมาโลกาสงบเย็น แต่ก็ไม่มีใครสนใจกันเลย
46. ปรมัตถ์ธรรมกลับมาโลกาสว่างไสว, ถ้าไม่กลับมาโลกามืดมนท์ แต่ก็มืดมนท์จนเป็นธรรมดาไปแล้ว
47. มนุษย์กำลังสร้างโลกอยู่อย่างที่พระเจ้าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองดูตาปริบ ๆ
48. เด็ก ๆ นั่นแหละ คือผู้สร้างโลกในอนาคตที่แท้จริง
49. ที่บูชาหน้าพระพุทธรูปนั่นแหละ ยิ่งจัดเท่าไรก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์ยิ่งขึ้นเท่านั้น
50. ถ้าดูโลกที่พระเจ้ากำลังสร้างอยู่ บัดนี้จะยิ่งเห็นว่าพึ่งไม่ได้ และแถมยังไม่น่าไว้ใจอีกด้วย

51. คนโง่พูดว่า มีแต่เวลากินเรา เราไม่อาจกินเวลา
52. เมื่อเราตะกละ อาหารกินเรา, เมื่อเรามีสติ เรากินอาหาร โดยมากเป็นอย่างไร คิดดูเองเถิด
53. แปลคำว่าปรโลกกันผิด ๆ จนกลายเป็นโลกหน้า, ที่แท้ก็คือโลกชนิดอื่น จากที่มีอยู่เป็นประจำที่นี่
54. ยิ่งจุดธูปเทียน ก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์, อย่างดีก็เป็นพุทธศาสตร์สำหรับเด็กอมมือ
55. กามารมณ์เป็นค่าจ้างเพื่อการสืบพันธุ์ อย่าไปสนใจใยดีหรือถึงกับบูชากันนักเลย
56. ฉันไม่อาจให้ความร่ำรวย แต่ให้จิตที่แพงกว่านั้น
57. พุทธบริษัทต้องพูดเป็น ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม
58. คนหนึ่งพูดภาษาเงิน อีกคนพูดภาษาธรรมแล้วมันจะพูดรู้เรื่องได้อย่างไรกัน
59. ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่างไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม
60. ระวังความเมตตาสงสารจะกลายเป็นความรัก (ทางเพศ) ขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

61. จงจัดชีวิตประจำวัน ให้เต็มไปด้วยความหมายของนิพพาน คือความสงบเย็น
62. เขารอรับรสของนิพพานกันต่อตายแล้ว ทั้งที่อาจรับได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้
63. การงานทุกชนิดสอนให้เราฉลาดขึ้นนิดหนึ่งเสมอไป แม้ที่สุดแต่การกวาดขยะ
64. สิทธิเสมอภาคของสตรีทำให้โลกหมดพ่อแม่มีเหลืออยู่แต่กะเทย
65. โบสถ์ที่พระเจ้าอย่างบุคคลสร้างขึ้น มีแต่จะปิดลง ๆ แต่โบสถ์ที่อิทัปปัจจยตาสร้างขึ้นมีแต่จะเปิดเพิ่มขึ้น ๆ
66. โลกต้องมีศาสนาครบทุกชนิด มีศาสนาเดียวไม่ได้, แต่ต้องทำความเข้าใจกันได้
67. เตรียมตัวอยู่ร่วมโลกกับคนบ้าด้วยกัน จงทุกคนเถิด
68. พูดอย่างถูกต้องที่สุดก็ว่า “ไม่มีนิวรณ์นั่นแหละคือความเป็นสมาธิ”
69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์
70. เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ
71. ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง

72. จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย
73. ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น
74. ไม่ได้ตรัสสอนเรื่องตาย – เกิด ฯลฯ ทรงสอนแต่เรื่องทุกข์กับความดับทุกข์เท่านั้น
75. สิ่งที่หลอกลวงเราที่สุด ก็คือสิ่งที่เราเรียกชื่อมันว่า “ความสุข”
76. เป็นสุขหรือทุกข์ได้โดยไม่ต้องมีบุคคล มีแต่จิตที่ถูกปรุงหรือไม่ถูกปรุง ให้รู้สึกเช่นนั้น
77. มีธรรมะแล้วก็เหมือนอยู่ในมุ้ง แล้วกวักมือยุง (ความทุกข์) ให้มากัด
78. แม้ปลาก็มีได้ทั้งอาคาริก – อนาคาริก แล้วทำไมคนจะมีด้วยไม่ได้
79. ภาษา คน คือจริงสมมติ ภาษาธรรม คือจริงปรมัตถ์
80. ทำไมจะต้องห้ามสอนอนัตตา – สุญญตา – กาลามสูตร

81. ถ้าดูให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย แม้แต่ความทุกข์และความตาย ซึ่งเกลียดกลัวกันนัก
82. เมื่อนายทุนรักกันได้กับกรรมกร ก็มีสันติภาพถาวร
83. สหประชาชาติ ยังเป็นแต่มาลีวราช นั่งจับปูใส่กระด้ง
84. ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน แต่ทำให้เงินเหลือ
85. เลี้ยงหมาเป็นอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นคนไม่เป็นหมา
86. พอใจจนไหว้ตัวเองได้ คือสวรรค์แท้จริงที่นี่เดี๋ยวนี้
87. อย่าอยู่หรือทำอะไรด้วยความหวัง แต่ด้วยสติปัญญา
88. ความกล้าหาญทางจริยธรรมคือยอดแห่งความกล้า
89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา
90. “นายคลำ” เป็นอาจารย์ของทุกคน แม้นักปราชญ์

91. ธรรมิกสังคมนิยม คือนายทุนรักกันได้กับกรรมกร
92. นอกจากเรื่องทุกข์และดับทุกข์ มิใช่เรื่องต้องสนใจ
93. สมาธิทุกชนิด คือ เอกัคตาจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์
94. คำสุภาษิต ใคร ๆ ไม่อาจสงวนสิทธิ์: ธรรมชาติเป็นเจ้าของ
95. สุภาษิตเป็นธงชัยที่มุ่งหมาย หรือที่ปรากฏตัว ของฤษีทั้งหลาย
96. ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น
97. สุภาษิตหลุดออกมาจากปากของคนบ้าก็ยังมี สังเกตดูให้ดี ๆ เพราะธรรมชาติดันให้ออกมา
98. คำสุภาษิตที่ท่านรู้สึกว่าตื้น ๆ ชืด ๆ นั่นแหละ อาจจะเป็นเพราะลึกเกินไป สำหรับท่านก็ได้
99. จัดเป็นอมตภาษิต เพราะใช้ได้ตลอดกาลนิรันดร
100. ระวัง คำที่ถือกันว่าเป็นสุภาษิต ๆ พูดไว้ผิด ๆ ก็ยังมี เพราะมิใช่ออกมาจากธรรมชาติ

101. สุภาษิตเป็นปกาศิตและลิขสิทธิ์ของธรรมชาติ
102. ถ้าท่านทำใจร้อน ก็จะต้องร้อนใจในภายหลัง อย่างไม่มีทางหลีก
103. ถ้าท่านทำมักง่าย ก็เท่ากับทำลายสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่นั่นเอง
104. ถ้าท่านเห็นแก่กิน ไม่เท่าไรท่านก็จะไม่มีอะไรจะกิน
105. ถ้าท่านพูดพล่อย ๆ ก็คือท่านเปิดรูรั่ว ให้เกียรติยศของท่าน ค่อย ๆ รั่วจนหมดไป
106. ถ้าท่านสบายเมื่อหนุ่ม ท่านต้องรู้จักจัดรู้จักคุ้ม ให้สบายไปจนแก่
107. ถ้าท่านทำตามใจชอบ ต้องดูให้ดีเสียก่อนว่า กิเลสชอบ หรือธรรมะชอบ
108. ถ้าท่านเห็นแก่ธรรม ก็จะไม่เห็นแก่ตน, ถ้าเห็นแต่ตน ก็จะไม่เห็นแก่ธรรม
109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป
110. ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ก็อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง

111. ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้สำเร็จ
112. ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม ก็จะมีแต่พบกับความเดือนร้อน
113. ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก ก็จงเตรียมตัวสำหรับพบกับความทุกข์อย่างมหันต์
114. ถ้าท่านขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย โดยไม่ทันรู้
115. ถ้าท่านมีความงก ท่านก็จะได้เป็นยาจกในเรือนเศรษฐี
116. ถ้าท่านมีเมตตากรุณา ท่านก็จะมีมิตรสหายญาติกา ไปทั้งบ้าน
117. ถ้าท่านมีเมตตาเกินประมาณ ก็จะพบคนอันธพาล ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
118. ถ้าท่านคิดถึงแต่ความหลัง ท่านก็รังจะพบแต่ความเศร้า
119. ถ้าท่านมีแต่ความมัวเมา จะพบแต่ความปวดร้าว อย่างนิรันดร
120. ถ้าท่านทำดีเพื่อเด่น ก็จะถูกเขารุมกันเขม่น แม้จากญาติมิตรของตนเอง

121. ถ้าท่านหวังพึ่งแต่คนอื่น ก็มีวันที่จะต้องกลืนน้ำตาตนเอง
122. ถ้าท่านดำเนินชีวิตขาดความพอดี ความเป็นหนี้ก็จะเข้ามาเพิ่มให้ท่าน
123. คนที่ไม่รู้จักระวังเวลา ถ้าไม่เป็นคนบ้า ก็นเป็นพระอรหันต์
124. การโกรธคนอื่นเขา ก็เท่ากับจุดไฟเผาตัวเอง เสียก่อนแล้วตั้งนาน
125. อารมณ์ไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความโง่ ความเป็นเปรตหิวโซ ก็เกิดขึ้น
126. จะจบเกมทั้งหมดทั้งสิ้นของชีวิต ก็ต่อเมื่อมีการมองเห็นชีวิต ว่าเป็นของไม่ใช่ตน
127. ถ้าทำตัวเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว โลกนี้ก็จะไม่มีผู้ให้ เหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
128. ถ้าทำบ้านให้แข็งแรงแน่นหนากว่ารากฐาน ไม่เท่าไรบ้านก็จะเอาหัวลง
129. ถ้ากินอยู่เกินพอดี ไม่กี่ปีก็ต้องกันวาตาเป็นอาหาร
130. ถ้ามั่วสุมอยู่กับอบายมุข ไม่เท่าไรก็ต้องไปขลุก อยู่ในอบาย ได้ด้วยตนเอง

131. ถ้าทำหูเบาใจเบา ชีวิตของเราก็จะเป็นนุ่นปลิวไปตามลม จนตามจับกันไม่หวาดไหว
132. ถ้าพูดโดยไม่คิด มันจะกลายเป็นยาพิษ กลับมาหาท่าน อย่างสุดที่จะป้องกัน
133. ถ้าไม่มีความทุกข์แล้ว จะสร้างความสุขขึ้นบนรากฐานอะไร จงขอบใจความทุกข์กันเสียบ้าง
134. ถ้าไม่ยอมปล่อยวางอะไรกันเสียเลย ในที่สุดเรือนร่างก็จะทนไม่ไหว มือหรือแขนก็จะขาดออกไป
135. ถ้าจะหาความสุข จากความเพลิดเพลินมัวเมา ก็จะเท่ากับหาตัวเราในกระจก
136. ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ ก็อย่าใช้คำว่าตวาดด่าทอเขา ให้อำนาจของเราร่อยหรอไป
137. ถ้าอยากเป็นคนเด่นคนดัง ก็ต้องเลิกหวังในความสงบ ซึ่งมันอยู่ด้วยกันไม่ได้
138. กินอยู่เท่าที่มี ดีกว่าไปเป็นหนี้เขา เพื่อเอามากินเติบ
139. เป็นสุขในการงาน ดีกว่าสุขสำราญอยู่ในบ่อน แต่มันก็ยากที่จะรู้จัก
140. แสวงหาเงินจากการงาน เป็นการแน่นอน และจะได้มาก่อนการเสี่ยงโชคบนบานบวงสรวง

141. กินอยู่แต่พอดี แม้ผีจะหัวเราะ ก็ยังดีกว่ากินดีอยู่ดี จนผีกลัว
142. การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรม ยิ่งกว่าการต่อสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย
143. หญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจรักเขา สังเกตให้มากกว่าเก่าอีก ๓ เท่า จึงจะปลอดภัย
144. การสร้างอนุสาวรีย์ที่แท้จริง มิใช่ความประสงค์ของเขา แต่เป็นของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเขา
145. ความกล้าที่ความกลัวหรือความจำเป็นบังคับให้เกิดขึ้น ก็คือความวิกลจริตชนิดหนึ่ง
146. เศรษฐีมีเงิน จะชั่วช้าสามานย์ปานใด ก็ยังมีคนนับถือ, แม้ผีเรือนบ้านเศรษฐีนั้นก็ตาม
147. สอนตัวเองให้ได้เสียก่อน จึงค่อนสอนท่าน จะไม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สกปรก
148. อย่าทรยศขบถใคร เพราะทำไปก็เท่ากับ ทรยศขบถเกียรติยศของตนเอง
149. พอมีอำนาจราชศักดิ์ ก็มีโอกาสที่จะทุจริตได้ง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้องระวังให้ดี
150. ถ้าขายังไม่แข็ง แม้จะมีแรง ก็อย่าเพ่อลุกขึ้น มันจะเสียแรงเปล่า

151. การหลีกเลี่ยงเมื่อไม่มีหนทางสู้ นั่นก็คือการสู้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรจะรู้จักไว้
152. แม้จะมีเหรียญตราเต็มอก ก็รกเสียเปล่า ถ้าเขาไม่รู้จักรักศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ก็ยังมีอยู่โดยมาก
153. ไม่มีอะไรน่าเกลียด เท่ากับการดัดจริตวางท่าทำให้น่ารัก ชนิดตบตาผู้อื่น
154. อาจหาญกับอาหาร ต่างฝ่ายต่างเป็นปัจจัยแก่กันและกัน สำคัญอยู่ที่ใช้มันให้ถูกต้อง
155. ยิ่งทำเด่น ยิ่งถูกคนเขาเขม่น และคอยสมน้ำหน้า เมื่อความเด่นพังทลายลง, ระวังไว้เถิดคนชอบเด่น
156. ผู้ชายแคล่วคล่อง ผู้หญิงว่องไว เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า ของครอบครัว โดยไม่ต้องขัดแย้งกัน
157. ดูจากจำนวนคนทำบุญอยากไปสวรรค์ ถ้าจริงตามนั้น ไม่เท่าไรสวรรค์ก็จะแน่นอัด ยิ่งกว่าปลาซาดีนในกระป๋อง
158. อย่าคิดว่า คนหน้าซื่อแล้วใจจะซื่อด้วย อาจจะเซ่อ หรือถึงกับทรามก็ได้ อย่าดูกันแต่เพียงเท่านั้น
159. คนเราต้องฉลาดแต่พอดี และในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น ที่จะเจริญและเอาตัวรอดได้, เรามันฉลาดกันจนเฟ้อ
160. ความกล้าหาญ ของคนมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะจัดเป็นวีรกรรมอันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นเรื่องของคนบ้าบิ่น

161. เครื่องแต่งตัวและเนื้อตัวที่สะอาด มิได้หมายความว่าใจจะสะอาดด้วยเสมอไป ดังนั้นอย่าดูกันภายนอก
162. ผู้ที่ดีแต่คอยฉกฉวยยื้อแย่งทรัพย์สินของผู้สุจริตนั้น ไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้ อีก ๓ เท่า
163. วันเวลาที่ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านได้ดีที่สุด นั่นแหละคือวันฤกษ์ดียามดีที่สุด สำหรับท่าน อย่าไปดูหมอให้เสียเวลา
164. ควรทุ่มเทสติปัญญามานะพยายามให้ถึงที่สุด ในเมื่อดำรงตนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว
165. ในความเป็นคนกักขฬะหยาบช้าป่าเถื่อนนั้น จะหาอะไรดีแก่ตนเองและผู้อื่น แม้สักอณูเดียวก็ไม่ได้
166. ถ้าอยู่ในฐานะที่จะหลีกทางให้ไม่ได้จริง ๆ ก็จงยินดีเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ที่ประดังกันเข้ามา
167. ในบ้านเมืองที่ยิ่งเจริญ ก็ยิ่งมีความโหดร้ายทารุณที่ซ่อนเร้นอยู่ ยิ่งกว่าในป่า ที่ไร้ความเจริญ
168. ลิงจะแต่งเนื้อแต่งตัวเท่าไรอย่างไร ใคร ๆ ก็ยังรู้ว่าลิง อยู่นั่นเอง แม้แต่เด็กทารก
169. ถ้าท่านเหยียบงู ก็เท่ากับท่านทำให้มันรู้สึกว่า ท่านท้าทายให้มันกัดท่าน ดังนั้นระวังไว้ดีกว่า
170. เหรียญตราเต็มหน้าอก ก็ควรจะเป็นเครื่องราง ป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง ได้มากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น

171. ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ถ่ายทอดกันมาผิด ๆ ก็มีมาก ไม่น้อยกว่าข่าวลือ
172. “ไม่ได้กิน” กับ “ กินไม่ได้” นั้นมีอาการและความหมายต่างกันมาก แต่ก็มีผลเท่ากัน คือ ตายด้วยกัน
173. ภายในครอบครัว มีความเป็นกันเองมากเกินไป จนความสุภาพเหลืออยู่น้อยที่สุด, ทำไมไม่สังเกต
174. หลีกทางให้เขา ก็คือหลีกทางให้เราพ้นจากอันตรายที่เกิดขึ้น ในที่สุดก็ได้รับผลดีร่วมกัน มิใช่หรือ?
175. พี่เกรงกลัวกฎหมาย น้องไม่กลัว ก็เป็นอันว่า คลานตามกันมาเพื่อรับผลต่างกัน
176. เขาพูดกันว่า คนค้าขายต้องพูดเท็จ, แต่เราก็เห็นคนไม่ค้าขายบางคน พูดเท็จมากกว่าเสียอีก
177. เขาเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี แต่มีความประพฤติเป็นอันมาก ที่ผู้อื่นทนได้ยาก และทนสุภาพตอบไม่ไหว
178. ในสนามกีฬานั่นแหละ มีน้ำใจแห่งความเป็นนักกีฬา น้อยไปกว่าตามถนนหนทาง ไปเสียอีก, ดูให้ดี
179. มีโมหะในทางความร่าเริง ดูจะดีกว่ามีในทางโศกเศร้า, ดังนั้นควบคุมทิศทางของโมหะ กันเสียบ้างเถิด
180. กินไม่อิ่ม หรือกินจนท้องแตก เหล่านี้เรียกว่า “กินไม่เป็น” โดยเสมอกัน, โดยมากมักเลือกเอาอย่างหลัง

181. เพียงแต่คิดจะเป็นคนดี นั้นยังไม่พอ, ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ด้วย จึงจะพอ
182. เงินนั้นสร้างได้ ทั้งสร้างความดีให้คนดี และสร้างความชั่วให้คนชั่ว, อย่าไปโทษเงินเสียท่าเดียว
183. ความกล้าหาญของคนป่าเถื่อน มาจากความหวาดกลัว ดังนั้นจึงมีความดุร้ายเข้าไปปนอยู่ด้วย
184. การฟังความข้างเดียว อย่างดีที่สุดก็ได้ความเพียงครึ่งเดียว, หรืออาจไม่ได้ความเสียเลยก็มี
185. ถ้ามันเป็นความสกปรก ลามกไม่น่าดู ก็อย่าไปพยายามทำให้เป็นสิ่งที่น่าดู, มันจะเปลืองเปล่าไปเสียทุกอย่าง
186. คนบ้ากับคนเมา มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย
187. แม้จะมีดีอวด ก็อย่าไปอวดให้หมดดี, แต่ที่พูดไม่ดี ถึงจะฟังดี ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
188. ความรู้ครึ่ง ๆ กลางๆ ทำความเสียหายให้ มากกว่าความไม่รู้ มิใช่เสียหายเพียงครึ่งเดียว
189. การสมรสแต่งงานเพื่อความมีหน้ามีตา กับเพราะความเห็นประโยชน์อันแท้จริง นั้นมีผลต่างกันอย่างตรงกันข้าม
190. แม้มันจะแสดงว่าหมดหวัง หรือทำไมได้ คนเราก็ยังหวัง จะให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีหวัง แทนที่จะเลิกหวัง

191. สิ่งที่เราทุกคน จะต้องระมัดระวังกันอย่างที่สุด นั้นคือภาวะของความ “โง่เท่าเดิม”
192. สิ่งที่ต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดินนั้นคือ ภาวะของ “คน” กับ “มนุษย์” : พวกหนึ่งเดินลง พวกหนึ่งเดินขึ้น
193. คนมีใจเดินลงต่ำ มนุษย์มีใจเดินขึ้นสูง แล้วจะไม่ต่างกัน ยิ่งกว่าฟ้าและดิน ซึ่งหยุดอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร
194. เมื่อมือทั้งสองข้องยังใช้งานได้อยู่ แล้วก็ยังไม่มีอะไรจะกินอีก นั่นคือภาวะ “คนสิ้นคิด”
195. สมัยที่ต้องตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงานั้น คนเขารู้จักหน้าตาของตัวเอง ดีกว่าสมัยมีกระจกเงาของเรา
196. ระวัง! ตัวเองหลอกตัวเอง เสียหายกว่าผู้อื่นหลอก ตั้งร้อยเท่าพันเท่า, แต่ก็ไม่มีใครระวัง
197. แม้คูข้างถนน ก็อาจกลายเป็นเหวลึก ของคนเมาหรือคนประมาท ขึ้นมาเมื่อไรก็ได้, ดังนั้นอย่าประมาท
198. ผู้ที่ถูกจองจำในคุกในตาราง ก็มิได้เป็นคนผิดเสมอไปในชาตินี้, แต่ต้องคิดถึงชาติก่อน ๆ ของเขาด้วย
199. จำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรเลิก เลิกสิ่งที่ควรเลิก, มิฉะนั้น จะเป็นคนจมอยู่ในนรกตลอดเวลา
200. สูเจ้าก็เหมือนใครอื่น ใครอื่นก็เหมือนสูเจ้า ในการที่จะต้องไต่เต้า ไปตามผลแห่งกรรมของตน, รู้จักรักกันไว้เถิด

201. การแสดงบทบาทแห่งละครในสมาคมชั้นสูง ล้วนแต่เป็นผู้แสดงในระดับดาราด้วยกันทั้งนั้น
202. การสวมหน้ากากเข้าหากัน กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้ว ในโลกแห่งสังคมปัจจุบัน
203. คนทั่วไป สมัครใจจะเชื่อว่า ตายแล้วเกิดใหม่ โดยไม่ต้องการการพิสูจน์, ก็ยังดีกว่า เชื่อว่าตายแล้วสูญ
204. การทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ เป็นสิ่งที่ควรได้รับอภัยตามสมควรแก่กรณี
205. เพราะโง่งมงาย ไม่ว่าหญิงหรือชาย ก็เท่ากับตายแล้วทั้งเป็น
206. เพราะโง่งมงาย ทำดีมากมาย ก็จะกลายเป็นบาปสิ้น
207. เพราะโง่งมงาย มรดกมากมาย ก็จะกลายเป็นขาดวิ่น
208. เพราะโง่งมงาย มั่งมีเหลือหลาย ก็ต้องกลายเป็นยาจกสิ้น
209. เพราะโง่งมงาย ถือดีจนตาย ไม่มีใครฟังได้ยิน
210. ความงมงายของเขาเอง เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย ที่ทำให้ต้องประกอบพิธีทางไสยศาสตร์

211. ความโง่งมงาย เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย มิใช่ดวงดาว หรือเทพเจ้าผีสางที่ไหน มาบันดาล
212. ในโลกนี้ อะไรจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ อยู่ที่การสมมติของมนุษย์
213. เมื่อชาวโลกสมมติใครว่าเป็นเทวดา เขาก็กลายเป็นเทวดาไป โดยอัตโนมัติ ในโลกของคนเหล่านั้น
214. ยิ้มแย้มกับแขก แต่แยกเขี้ยวกับภรรยาเมื่อลับหลังแขก อย่างกะเป็นยักษ์เป็นมาร
215. บางคนยกยอใคร เพียงเพื่อให้เขายกยอตัว เป็นผลตอบแทนกลับมา
216. ชีวิต นี้เมื่อดูเล่น ๆ ก็เป็นของเล่น เมื่อดูจริง ๆ ก็เป็นของจริง, จงใช้มันให้ถูกต้องตามสมควรแก่กรณี
217. สามี สนองได้ตามที่ภรรยาเสนอ, ถ้าได้ดังว่า ก็เรียกว่าเป็นเทวดาอุ้มสม
218. หญิงสาวทั้งงามและงอน จนกลายเป็นแม่งามงอนนั้น เพราะสวรรค์ให้พรมากกว่าให้งามเฉย ๆ อย่างอนเกินงาม
219. ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ก็ยิ่งสนใจผู้น้อย นั่นแหละคือผู้ใหญ่ที่แท้จริงสมชื่อ
220. ถ้าเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่ ก็ไม่ต้องมีเทวดาที่ไหน มาช่วยอีกแรงหนึ่ง
221. ความสวยกินไม่ได้ แต่มันยิ่งกลายเป็นอาหารตา ที่แพงกว่าอาหารปาก
222. สวยตามธรรมชาติ นั้นประทับจิตสนิทใจ ยิ่งกว่าไฉไลด้วยวิทยาศาสตร์
223. สวยนอกทรามใน มีมากมายทั่วไป ยิ่งกว่าสวยในทรามนอก, รู้จักเลือกให้ดี ๆ
224. โจรภัยสิบครั้ง ยังสูญเสียน้อยกว่าอัคคีภัยหนึ่งครั้ง, อัคคีภัยสิบครั้ง ไม่เท่ากิเลสภัยหนึ่งครั้ง
225. คนเมากับคนบ้า มาสัมมนากันเมื่อไร ก็อาจทำให้คนทั่วไป พลอยเป็นบ้า
226. ลงโทษคนไม่ผิดหนึ่งคน เสียหายแก่ธรรมะ ยิ่งกว่าไม่ได้ลงโทษคนผิดร้อยคน
227. การเตรียมต่อสู้ศัตรู อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็เท่ากับชนะศัตรูแล้วครึ่งหนึ่ง
228. ไม้อ่อนเด็กอ่อน ดัดง่าย, ไม่แก่เด็กแก่ ดัดยาก, ดังนั้น จึงควรดัดเสียแต่ยังอ่อน
229. ความโง่อย่างงมงาย ไม่ร้ายเท่าความฉลาดอย่างงมงมงาย หรืองมงายสองชั้น ระวังให้ดี ๆ
230. คนใหญ่คนโต ต้องเสียผู้เสียคน เพราะลืมความเล็กความน้อยของคนเล็ก ๆ จนทำอะไรผิดไปหมดแก่คนเล็ก ๆ

231. เสียใจก็กินเหล้า ดีใจก็กินเหล้า เฉยๆ ก็กินเหล้า นั้นคือผู้เตรียมตัวไปสู่โลหกุมภี
232. เสียใจก็ร้องไห้ ดีใจก็ร้องไห้ เฉย ๆ ก็ร้องไห้ นั้นคือนางฟ้าที่ถูกตะเพิดไล่ลงมาจากสวรรค์
233. เสียใจก็ด่า ดีใจก็ด่า ไม่มีอะไรก็ด่า คืออสุรกายจอมขลาด จุติมาเกิด
234. เมื่อเป็นพ่อแม่ด้วยตนเองแล้ว จึงจะรู้จักความรักอันแท้จริงของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก
235. หมอดูต้องการความรู้ในการดูหน้าคนแล้วทายใจ มากกว่าการรู้ทางโหราศาสตร์
236. ผู้มีมารยาทแท้ ย่อมไม่ต้องระวังรักษามรรยาทอะไร อีกต่อไป
237. ความโศกเศร้า มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อย่างไร นอกจากทำให้ศัตรูของเขาดีใจ
238. คนขอทาน ไม่ค่อยยอมรับรู้ความอยู่รอดของบ้านเมือง ดังนั้น จึงถูกรังเกียจอยู่ทั่วโลก
239. มนุษย์ ก็ยังไม่สามารถสละสัญชาตญาณ แห่งการเอาอย่างกัน ได้มากกว่าสัตว์เท่าไรนัก
240. บุถุชน มีกำลังมากเพียงไร ก็ยังต้องการกำลังใจจากคนทั่วไป อย่างมากอยู่เพียงนั้น

241. ทางตรงอันโล่งแจ้ง ย่อมดีกว่าทางลัด จงพิจารณาทางตรง ก่อนที่จะคิดหาทางลัด
242. การปิดทองหลังพระ ได้บุญที่บริสุทธิ์แท้จริง ยิ่งกว่าปิดทองหน้าพระ และต่อหน้าคน
243. พ่อหรือแม่แต่ละคน เท่ากับพระองค์หนึ่ง ๆ ของลูก ๆแต่ละคน
244. เมื่อรักษาจิตไว้ไม่ได้ กายก็จะทรุดโทรมลง พร้อมกับจิต
245. ถ้าสันดานชั่ว ยิ่งฉลาดก็ยิ่งชั่วมากขึ้น และจะพังครืนลงโดยเร็ว
246. ถ้าอยู่ด้วยความวิตกกังวล ก็จะแก่เร็ว และตายเสียก่อนแต่ที่จะได้รับผล ตามที่ตนวิตก
247. ถ้าท่านรักการงานยิ่งกว่ารักภรรยา ภรรยาก็ต้องเร่ไปหาคน ที่รักภรรยายิ่งกว่างาน
248. เราจะอยู่หรือจะตาย ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจของพระเจ้า หรือสิ่งสูงสุด โดยเท่ากัน
249. อย่ากลัว! ถ้าท่านไม่สูบไม่ดื่ม ท่านก็จะหาพบสตรีไม่สูบไม่ดื่ม
250. สัตว์ มีความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว อย่างผิดเผินยิ่งกว่าคน

251. อย่าอวดเก่งให้มาก ไปกว่าสติปัญญาความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งมีขอบขีดอันจำกัด
252. แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ก็ยังชอบกิริยาวาจา ที่สุภาพอ่อนหวานของมนุษย์
253. อันธพาล เป็นสัตว์ชนิดที่พบกันที่ไหน ก็จะแฮ่ ๆ เข้าใส่กันที่นั่น
254. เมื่อสตรีเพศ ยังต้องทำหน้าที่คลอดบุตรอยู่ ก็ยังทำหน้าที่ผู้ครองโลกไม่ได้
255. ตัวจากไปก็ให้ความรักความเลื่อมใส เหลืออยู่ในจิตใจของผู้อยู่ข้างหลัง อย่างเต็มที่
256. สัตบุรุษสาธุชน ย่อมไม่ประกอบกรรมอันไม่เป็นมงคลใด ๆ แก่ใคร ๆ ในที่ไหน ๆ ในกาลใด
257. โชคร้าย ไม่ได้มาจากเทวดาผีสางอะไรที่ไหน แต่มาจากความประมาทไม่รอบคอบ ของบุคคลนั้นๆ เอง
258. ไม่มีใครทำอะไร ได้เกินสติปัญญาของตน, ถ้าขืนทำ ก็กลายเป็นขุดหลุมฝังตัวเอง
259. อันธพาล คือผู้ชอบเผชิญความชั่ว วิ่งหนีความดี ยิ่งกว่าหนูวิ่งหนีแมว
260. ราชสีห์กำยำ อยู่ร่วมถ้ำเดียวกันไม่ได้ แม้เพียงสองตัว ไม่ต้องพูดถึงอยู่กันตั้วฝูง

261. หมาสองราง คงมีปัญหาไม่สร่าง ที่จะต้องรู้สึกรัก – โกรธ – เกลียด – กลัว ฝ่ายโน้นที่ฝ่ายนี้ที อยู่ร่ำไป
262. กระต่ายแพ้เต่าในการแข่ง ก็เพราะความหยิ่งและความเขลาในความเร็วของตนเอง ซื่งเร็วกว่าเต่าเป็นไหน ๆ
263. เสือ แม้จะเป็นสัตว์ดุร้าย ก็รักลูกเมียของมัน เท่ากับที่สัตว์อ่อนโยนชนิดอื่น มันรัก
264. งูพิษ ไม่มักกัดเหมือนงูที่ไม่มีพิษ แต่เราก็ไม่ไว้ใจงูพิษ ยิ่งกว่างูธรรมดา
265. อีกา กินไข่ของนกอื่นได้ลงคอ แต่ไข่มันเองมันกินไม่ลง ทั้งที่ไข่นั้น ๆ ก็เหมือนกั
266. หิ่งห้อย แม้จะส่องแสงอยู่ใต้กะลาครอบ แต่มันก็คิดว่ามันส่องทั่วโลก
267. เป็นอีกา อย่าเข้าไปในยูง หรือฝูงหงส์ เพราะเท่ากับเข้าไปฉีกหน้าตัวเอง ไม่ช้าก็เร็ว
268. จามรี สงวนขนจนตัวตาย แต่คนเรามิใช่ยอมเสียสินเพื่อสงวนศักดิ์
269. นกมีหู หนูมีปีก, แต่คนที่ด่ามันเช่นนั้น กลับมีอยู่ทั่วไป ในโลกปัจจุบัน คือเป็นเสียเอง
270. ไม่ค่อยจะมีใครยอมรับว่า เราทุกคนในโลกเป็นญาติกันโดยธรรมชาติ ที่เป็นรากฐานของชีวิต

271. นักมวยซวยเฮง ย่อมเต้นเหยง ๆ เมื่อเขาชูมือให้เป็นผู้ชนะ, เพราะไม่รู้จักสิ่งสมมติ
272. ฝ่าพายุ กลางทะเลหลวงหลุดมาได้ ก็เหมือนกับการเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ฉันใดก็ฉันนั้น
273. ฉลาดอย่างไม่ซื่อ ก็คือฉลาดไปเข้าคุกเข้าตะราง สุดปลายทางก็คือ นรก
274. ถ้าซื่อย่างไม่ฉลาด ก็คือเซ่อ เหมือนคนละเมอเดินไปตกบันไดตาย
275. ธรรมชาติยิ่งดุร้าย ก็ยิ่งทำให้มนุษย์แข็งแรง แต่คนโง่สาปแช่ง แล้ววิ่งหน
276. เหาะด้วยฤทธิ์ หรือเหาะด้วยอากาศยาน ก็ยังเหาะเพื่อรบกัน หรือเอาเปรียบกัน ด้วยกันทั้งนั้น
277. พรุ่งนี้ มีไว้สำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดของวันนี้ มิใช่เพื่อเสริมความผิดพลาด ให้สมบูรณ์เต็มที่
278. ทักทายกันด้วยยิ้ม มีผลดีกว่าทักทายกันด้วยคำพูดที่จัดสรร ไว้สำหรับพูด
279. เงินมีคุณอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างถูกต้อง, มีโทษอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างเขลา ๆ
280. โกรธยากหนึ่งครั้ง มีอิทธิพลมากกว่า โกรธง่ายพันครั้ง, จงระวังโกรธให้เป็น

281. ในกรณีทั่วไป พกหินดีกว่าพกนุ่น, ในกรณีแห่งการคุกรุ่น ก็พกนุ่นดีกว่าพกหิน
282. ในโลกนี้ การติดคุกหรือไม่ติดคุก มิได้เป็นเครื่องวัดความผิดถูก อันแน่นอน
283. การเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ยังมิใช่เครื่องวัดความมีธรรมะ อันเชื่อถือได้
284. การกระทำของตนเอง ก็ยังมิได้ถูกใจตนเองเสมอไป นับประสาอะไร จากการกระทำของผู้อื่น
285. เราล่วงเกินใคร ก็หวังให้เขาให้อภัย, ครั้นใครล่วงเกินเตา เราก็ลืมเรื่องการให้อภัย
286. ความบิ่นบ้ากับความกล้า มักจะเป็นสหายกัน และคล้ายกันเหมือนลูกแฝด จนดูไม่ออก, จงระวังให้ดี ๆ
287. ความสุขสำราญ ที่ไม่มีธรรมะเป็นรากฐาน ก็คือความทุกข์ทรมาน ที่กำลังรอเวลาอยู่
288. ปัจจัยแห่งความสำราญ ที่มีมากเกินประมาณ จะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก
289. ผู้กินอยู่เกินพอดี จงเตรียมตัวไว้ให้เต็มที่ เพื่อพบกับความไม่มีอะไรจะกิน
290. ผู้กินอยู่แต่พอดี มีโอกาสที่จะเกิดความอารี แก่ผู้ที่ไม่มีอะไรจะกิน

291. ลมดี ทำให้เรือแล่นใบ พอกลายเป็นลมร้าย ลมนั้นก็จะคว่ำเรือลำนั้นเสีย
292. พ่อนั้นแหละคือไพรี แม่นั่นแหละคือศัตรู ถ้าเขาเลี้ยงดูลูกไม่ถูกทาง
293. ชนะอย่างอันธพาล ก็คือการแพ้อย่างนักกีฬา, แต่ในสนามกีฬา เขาไม่ถือหลักกันอย่างนี้
294. การรู้เท่าจนเกินการณ์ ก็ให้ผลอย่างเดียวกัน กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
295. จงดำเนินชีวิตของท่าน ไปบนหนทาง ที่ส่องสว่างอยู่ด้วยแสงแห่งพระธรรม
296. เมื่อเราพอใจในอันตราย ที่มีเสน่ห์ฉาบบังไว้จนเราหลงไปว่ามิใช่อันตรายหากแต่เป็นลาภเป็นผลพึงปรารถนา
297. ตายไปโดยไม่มีความลับ ดีกว่ามีความลับติดตัวไป, เพราะเราไม่อาจตบตายมบาล
298. เห็นคนกินน้ำ เรารู้สึกอร่อยด้วยได้, ครั้นน้ำกินคน เราอร่อยด้วยไม่ได้, ยุติธรรมไหม?
299. รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี นั่นมีได้เฉพาะต่อเมื่อความรู้นั้น ประกอบไปด้วยธรรม
300. คนที่พอใจในการกระทำดีของตน อยู่ได้เสมอนั้น เป็นคนอายุยืน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

301. นักกายกรรมลำไม้สูงนั้น กลับลงมาถึงดินเมื่อไร ก็เท่ากับการได้เกิดใหม่เมื่อนั้น
302. มิใช่ว่าเป็นมนุษย์แล้ว จะคิด – พูด – ทำ อย่างมนุษย์ไปเสียทุกอย่าง ทุกคน ก็หามิได้
303. เป็นมนุษย์ แต่อาจจะคิดอย่างอมนุษย์ก็ได้ นั่นแหละคือความสามารถพิเศษ ของจิต
304. เมื่อต้องตกอยู่กลางป่า ก็จงดำรงตนให้เข้ากันได้ กับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ นานา ในป่านั้น
305. นักกีฬา ย่อมแสดงความมีน้ำใจไม่เป็นนักกีฬา อยู่บ่อย ๆ ในสนามกีฬานั่นเอง
306. ผมหงอกอยู่ทุกเส้น จะเป็นเครื่องแสดงความชราแห่งจิตใจ ก็หามิได้
307. ถ้าจะพูดอะไรให้เขาฟัง อย่าพูดด้วยเสียงดังเกินธรรมดา หูเขาจะอื้อฟังไม่ถูก
308. นักล่าสัตว์ ที่มีจิตตวัดไปถึงว่า จะทำลูกสัตว์ให้พลัดแม่ เขาก็จะหยุดล่าสัตว์ได้เอง
309. เต่ากินกล้วยหมดทั้งเปลือกเป็นธรรมดา จึงไม่ถูกด่าจากคนที่เหยียบและลื่นล้ม, คนทุกวันเลวกว่าเต่า

58ธรรมมะสอนใจ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

 58ธรรมมะสอนใจ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง
1.อยู่ให้เขาเบาใจ ยามจากไปให้เขาอาลัยถึง ไม่ใช่อยู่ให้เขาหนักใจ จากไปให้เขาไล่ส่ง

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ -
(อัมพร อมฺพโร)

2. ถ้าคิดได้ให้ช่วยคิด ถ้าคิดไม่ได้ ให้ช่วยทำ
ถ้าทำไม่ได้ ให้ความร่วมมือ ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กำลังใจ
แม้ให้กำลังใจไม่ได้ ให้สงบนิ่ง
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(อมฺพรมหาเถร)

3. คนโกรธง่าย โกรธแรง เป็นคนมีกรรม
โกรธยาก โกรธเบา เป็นคนมีบุญ
พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร
(สมเด็จพระสังมราช สกลมหาสังมปริณายก)

4. ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว
ทำเหตุให้เกิดทุกข์ ก็ได้ความทุกข์
ทำเหตุให้เกิดสุข ก็ได้ความสุข
ทำเหตุให้เกิดความเสื่อม เราก็ได้ความเสื่อม
ทำเหตุให้เกิดความเจริญ เราก็ได้ความเจริญ
เราหนีจากผลที่เราทำไว้ไม่ได้
- หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ -

5.ชั่วดีอยู่ที่การกระทำ ดีชั่วไม่ได้อยู่ที่ดวงที่เวลา
การกระทำของเราที่ทำลงไปนั่นแหละ ทำให้เวลาดีชั่ว
-ปัญญานันทภิกขุ-

6. ลูกหลานเอ๋ย... การทำหน้าที่คือการปฏิบัติธรรม
จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่าได้ทุจริตต่อหน้าที่เลย
-หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ-

7. ศีลธรรม คือเครื่องคุ้มครอง
ถ้าศีลธรรมจากเราไป เราก็ขาดหลักประกัน
เหมือนอยู่บ้านที่ไม่มีหลังคา
-ปัญญานันทภิกขุ-

8. คิดให้รอบคอบจะทำอะไรต้องคิดก่อนว่า
มันถูกหรือผิด มันดีหรือชั่ว
-ปัญญานันทภิกขุ-

9. ผู้ที่มีการรับเอา แต่ไม่มีการให้ นั่นคือผู้ขาดทุน
ส่วนผู้ที่มีการให้โดยมีการรับเอาน้อย
ได้เท่าใด ๆ กลับยิ่งได้กำไรมากเท่านั้น ๆ
-สมณะโพธิรักษ์-

10.คิดดี พูดดี ทำดี เป็นศรีเป็นพรสูงสุดไม่มีพรเทพ พรมนุษย์
เปรียบประดุจ “ความดีที่ทำเอง”
-สมเด็จพระญาณสังวร ฯ-

11. ทุกข์นี่แหละ!! จะทำให้เราฉลาดขึ้นทำให้เกิดปัญญา
สุขนั่นสิ! มันจะปิดหูปิดตาเราความสุขสบายทั้งหลาย
จะทำให้เราประมาท

12.บุคคลที่ทนในสิ่งที่บุคคลที่ทนในสิ่งที่ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก
บุคคลนั้น จะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต
ความอดทน ความขมขื่นจะเกิดขึ้นในเบื้องต้น
ของการทำความดี แต่จะได้รับความชื่นชมในบั้นปลาย
-หลวงปู่แหวน สุจิณโณ-

13. "แก้ตัว" ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" ช่วยได้ทุกอย่าง "แก้แค้น" ที่ดีทีสุด คือหยุดก่อเวรกรรม
โกรธเขา...เราทุกข์ อภัยเขา...เราสุข ----หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
14. โลภ โกรธ หลง มึงอย่าไปหลงงมงายเชียวนะ ถ้ามึงไม่อยู่ในศีลธรรมมึงก็เป็นไปตามกรรมที่มึงสร้างไว้
---หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
15. อย่าเข้าใจผิดว่าคนนิ่งนั้นเป็นคนโง่ การพูดที่ไม่เป็นสาระเป็นการโง่ที่ยิ่งไปกว่า ----ปัญญานันทภิกขุ
16.แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ จงหมั่นทำสติ ให้แก่กล้า สติ ทำอะไรไม่ผิดพลาด ---หลวงปู่ขาว อนาลโย
17.บางคนทำแต่บุญ แต่ไม่ละบาปอันนี้เขาเรียกว่า...เสมอตัวถ้าบุญไม่ทำ ก็ให้ละบาป...อย่างเดียว
อันนั้นแหละโคตรของ...บุญ---- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี 
18. เมื่อทำแต่กรรมดีเรื่อยๆ ไปจนเคยชินแล้วกรรมชั่วมันก็จะละไปเองโดยไม่รู้ตัว--- หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
19. คนที่ควบคุม อารมณ์ได้ คือ..ผู้ชนะ แต่คนที่ใช้ อารมณ์ กับผู้อื่นดูเหมือนจะชนะ แต่ที่จริงแล้วคุณแพ้ ตั้งแต่เริ่มใช้อารมณ์ --- หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
20. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดี ก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้น
จะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูดหรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้นมีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำและขุ่นมัว ---สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
21. จงอย่าทำร้ายตนเอง ด้วยความคิดและอย่าทำร้ายคนใกล้ชิด ด้วยวาจา --- หลวงปู่ศุข เกสโร
22. ใครจะว่าเราดี เราชั่วนั้น ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำของเราต่างหากถ้าหากเขาว่าเราดี
แต่เราไม่ดีจริงก็ไม่มีความหมาย --- หลวงพ่อเกษม เขมโก 
23. ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลังหรือนรกสวรรค์อะไรก็ได้ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ --- หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
24. ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างในโลกนี้เคลื่อนไปสู่
การสลายตัวทั้งสิ้นไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุขละได้ย่อมสงบ --- หลวงปู่ทวด 
25. เราจะวางจิตอย่างไร เมื่อต้องเจอคนที่ทำไม่ดีกับเรา ให้คิดว่าจิตเค้าอยู่ตรงนั้นจิตของเรา มันข้ามไปแล้ว
เค้าทำไม่ดีก็อย่าไปทำเหมือนเค้า --- หลวงปู่เสน ปัญญาธโร
26. เขาจะด่า เขาจะว่า ก็ให้นิ่งท่านว่า คนที่ด่าคือ คนที่ไม่ทำงาน คนที่ทำงาน คือ คนที่ไม่พูดเวรกรรมเป็นของมีจริง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำแต่กรรมดีเถิดจะไม่มีใครทำอะไรเราได้ --- หลวงปู่ทิม อิสริโก
27. ธรรมะคือความกตัญญู แม้นมารดา บิดาสงเคราะห์อนุเคราะห์ บุตรธิดา ก็เป็นบุญเป็นกุศล
บุตรธิดาระลึกได้ถึงความดีของมารดา บิดาแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง --- สมเด็จพระพุฒาจารย์
(เกี่ยว อุปเสโณ)
28. คนเรามันจะดี จะชั่ว มันอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้นต่อให้มีใครชวนลงต่ำถ้าไม่ไปด้วยตัวเองแล้ว
มันจะชั่วได้อย่างไร --- หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
29. ถ้าเราบริหารจัดการความโกรธเกลียดได้พื้นที่ในจิตใจเราก็จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขมากกว่าเป็นพื้นที่
แห่งความทุกข์ --- ท่าน ว.วชิรเมธี 
30. การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่ายแต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยากต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรม
อันบริสุทธิ์จริง --หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
31. มนุษย์ จะทุกข์ได้ ก็เพราะว่ายึดในอดีตฟุ้งในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึงและไม่รู้หน้าที่ในปัจจุบันจึงทำให้ มนุษย์นั้น หาหลัก หาทางไป ไม่เจอ --- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
32. ความเพียรชนะโชคชะตาความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้ ---- พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) 
33. ล้างความชั่วไม่โต้ตอบด้วยความชั่วเอาน้ำสะอาดมาล้างสิ่งสกปรกสถานที่นั้นก็สะอาด
ปราศจากสิ่งชั่วร้าย --- พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) 
34. ใจเราเองยังไม่ถูกใจเราเลยแล้วจะให้คนอื่นมาถูกใจเรามันก็คงเป็นไปได้ยาก ---- โอวาทธรรม หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล 
35. บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยากทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยากบุคคลนั้นจะเข้าถึง
ความสำเร็จของชีวิต ---- หลวงปู่แหวน สุจิณโณ 
36. ไม่ผูกโกรธต่อเขาเรา..ก็จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาเมื่อเราไม่มีความคิดแก้แค้นเวรทุกอย่าง
..ก็สิ้นสุดลง.. ---สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
37. คนที่เกิดมามีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่าเป็นคนมีบุญแต่คนที่เกิดมา แล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า ---สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
38. งานที่สุจริตทุกงานล้วนเป็นงานที่มีเกียรติคนสุจริตทุกคนล้วนเป็นคนที่น่านับถือ --- ท่าน ว.วชิรเมธี
39. ธรรมะไม่ต้อง ไปหา ที่ป่า ที่เขาไม่ต้องไปหาที่ไหนให้หาที่ใจเจ้าของ...--- หลวงปู่แบน ธนากโร 
40. ทำไมคนชั่วยังได้ดีอยู่เสมอเพราะบุญเก่ายังมีผลอยู่ความชั่วในปัจจุบันยังไม่สนองแต่เมื่อบุญเก่า
หมดเมื่อไร บาปที่ทำไว้จะให้ผลทันที --- หลวงปู่ทิม อิสริโก
41. ทำเพื่อตนเองมากไป สังคมของเราเวลานี้ไม่มองเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเราจะมองแต่
ในแง่เขา แง่เรา ---พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
42. ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ดังนั้นอย่ามองอะไรเพียงด้านเดียวเพราะในมุมมืดอาจมีจุดสว่างที่คุณคาดไม่ถึง
และหากที่สุดแล้ว ยังหาทางออกไม่เจออย่างน้อยคุณก็พบกับประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า
และได้เรียนรู้ความจริงของชีวิต ---- หลวงพ่อชา สุภทฺโท
43. มีแต่ใจของสัตว์โลกเท่านั้นที่ไม่สงบและวุ่นวายอยู่แล้วก็ใช้คำพูดว่า..โลกวุ่นวายพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ทำใจให้สงบ เพราะความวุ่นวายมันไม่ใช่เกิดจากโลกมันเกิดจากใจที่ไม่สงบ---- หลวงปู่แบน ธนากโร
44. ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต และเป็นเหตุกระตุ้นเตือน ให้ก้าวไปข้างหน้าพวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรคควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจและเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจของเรามากๆ เราจะให้อภัยซึ่งกันและกันได้มากขึ้นเมื่อมีการอภัยให้กันได้มากขึ้นความตึงเครียดในใจก็จะไม่มี ----สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
45. เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้วก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกันต้องใคร่ครวญพิจารณา
ให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเองก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น ---สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
46. การขับรถอย่างระมัดระวังไม่ประมาทสำคัญกว่าการเจิมอย่างโบราณท่านว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือก็ชนกันตายการขับรถจะต้องดูทาง ถ้ามันคดโค้งจะต้องระมัดระวัง ----หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
47. ยิ่งให้ ยิ่งได้ อันนี้เป็นหลักการที่เราควรจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นึกทุกวันว่า วันนี้เราจะทำประโยชน์อะไรแก่ใครได้บ้างแล้วก็ทำ ---- หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ 
48. ผู้ใดทำใจให้ถึงความเป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง-หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
49. ผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์คนละความชนะและความแพ้ได้แล้วสงบใจได้ย่อมนอนเป็นสุข
--- หลวงปู่ศุข เกสโร
50. จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอาแม้จะแก่เฒ่าชราลงไปร่างกายจะถอยกำลังอ่อนแอลง
แต่จิตใจและปัญญาก็เข้มแข็งอยู่ได้จิตใจและปัญญาที่พัฒนาดีแล้วนั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต
---พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
51. ความดีที่สมบูรณ์แบบถ้าเรามีศีลมีสมาธิมีปัญญานี่เราได้ทำความดีสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
---ท่าน ว.วชิรเมธี
52 . ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่
ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น ----หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
53. ถ้าอะไร เราไม่ได้ทำไว้ อยากได้ มันก็ไม่มาถ้าได้ทำไว้แล้ว สร้างไว้แล้วไม่อยากได้ มันก็ได้ นี่แหละ "บารมี"
---หลวงปูฝั้น อาจาโร
54. ยิ่งเอามันยิ่งอดยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้ ----หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
55. ในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เราจะเป็นทุกข์ เพราะสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากทั้งนั้น
สิ่งเหล่านี้ ทุกคนต้องเจอ นี่คือแก่นแท้ ---- หลวงปู่แบน ธนากโร 
56. โลกของเรามีความสุขที่แท้จริง มีความทุกข์ที่แท้จริงหรือไม่ตอบว่า มีเพราะโลกเรามีทั้งสุขและทุกข์
และไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งสองอย่างเกิดได้กับทั้งกายและใจ เพียงแต่ไม่เที่ยงไม่เหมือนความทุกข์ยั่งยืนกว่าและความทุกข์นั้นบางอย่างดูเที่ยงแท้กว่ากันมาก ----หลวงปู่เสน ปัญญาธโร
57. เราทำมาหากิจ ก็จงทำกิจโดยซื่อสัตย์สุจริต มีความอุตสาหะ หมั่นเพียรอย่าได้คิดเบียดเบียน
คนอื่นให้เกิดความเดือดร้อน --- หลวงปู่ศุข เกสโร
58. อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ ให้ทำตนเป็นแบบปกติธรรมดา ๆ นี่แหละดีที่สุด
เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้วเมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเรา ไม่นับถือ ให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม ---- ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวร

36 คำสอนธรรมะจากเกจิอาจารย์หลายสำนัก

 การทำงานต้องพบเจอกับเรื่องยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นงานที่รับผิดชอบโดยตรง หรือที่ในส่วนต้องเกี่ยวข้อง เพื่อให้ภาระที่รับผิดชอบเหล่านั้นผ่านพ้นไปได้ นอกจากการทำงานที่เป็รระบบระเบียบทางความคิดและการกระทำแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคติและแนวคิด ที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น36 คำสอนธรรมะจากเกจิอาจารย์หลายสำนักให้ได้ยึดถือ เพื่อนำไปปฎิบัติ สำหรับคนทำงาน  

ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร

อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ ให้ทำตนเป็นแบบปกติธรรมดา ๆ นี่แหละดีที่สุด เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้วเมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเรา ไม่นับถือ ให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม  

หลวงปู่ศุข เกสโร

เราทำมาหากิจ ก็จงทำกิจโดยซื่อสัตย์สุจริต มีความอุตสาหะ หมั่นเพียรอย่าได้คิดเบียดเบียนคนอื่นให้เกิดความเดือดร้อน

จงอย่าทำร้ายตนเอง ด้วยความคิดและอย่าทำร้ายคนใกล้ชิด ด้วยวาจา

ผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์คนละความชนะและความแพ้ได้แล้วสงบใจได้ย่อมนอนเป็นสุข

หลวงปู่เสน ปัญญาธโร

โลกของเรามีความสุขที่แท้จริง มีความทุกข์ที่แท้จริงหรือไม่ตอบว่า มีเพราะโลกเรามีทั้งสุขและทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งสองอย่างเกิดได้กับทั้งกายและใจ เพียงแต่ไม่เที่ยงไม่เหมือนความทุกข์ยั่งยืนกว่าและความทุกข์นั้นบางอย่างดูเที่ยงแท้กว่ากันมาก 

เราจะวางจิตอย่างไร เมื่อต้องเจอคนที่ทำไม่ดีกับเรา ให้คิดว่าจิตเค้าอยู่ตรงนั้นจิตของเรา มันข้ามไปแล้ว

เค้าทำไม่ดีก็อย่าไปทำเหมือนเค้า

หลวงปู่แบน ธนากโร

ในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เราจะเป็นทุกข์ เพราะสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ ทุกคนต้องเจอ นี่คือแก่นแท้

ธรรมะไม่ต้อง ไปหา ที่ป่า ที่เขาไม่ต้องไปหาที่ไหนให้หาที่ใจเจ้าของ

มีแต่ใจของสัตว์โลกเท่านั้นที่ไม่สงบและวุ่นวายอยู่แล้วก็ใช้คำพูดว่า..โลกวุ่นวายพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ทำใจให้สงบ เพราะความวุ่นวายมันไม่ใช่เกิดจากโลกมันเกิดจากใจที่ไม่สงบ

หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

ยิ่งเอามันยิ่งอดยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้

การขับรถอย่างระมัดระวังไม่ประมาทสำคัญกว่าการเจิมอย่างโบราณท่านว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือก็ชนกันตายการขับรถจะต้องดูทาง ถ้ามันคดโค้งจะต้องระมัดระวัง 

การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่ายแต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยากต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรอันบริสุทธิ์จริง

คนเรามันจะดี จะชั่ว มันอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้นต่อให้มีใครชวนลงต่ำถ้าไม่ไปด้วยตัวเองแล้วมันจะชั่วได้อย่างไร

โลภ โกรธ หลง มึงอย่าไปหลงงมงายเชียวนะ ถ้ามึงไม่อยู่ในศีลธรรมมึงก็เป็นไปตามกรรมที่มึงสร้างไว้

บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มีได้ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้

หลวงปูฝั้น อาจาโร

ถ้าอะไร เราไม่ได้ทำไว้ อยากได้ มันก็ไม่มาถ้าได้ทำไว้แล้ว สร้างไว้แล้วไม่อยากได้ มันก็ได้ นี่แหละ "บารมี"

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

คนที่ควบคุม อารมณ์ได้ คือ..ผู้ชนะ แต่คนที่ใช้ อารมณ์ กับผู้อื่นดูเหมือนจะชนะ แต่ที่จริงแล้วคุณแพ้ ตั้งแต่เริ่มใช้อารมณ์ 

คนดีไม่ใช่คนที่ไม่เคย ทำผิด แต่คนดีคือคนที่สำนึกผิดและเลิกทำ

ท่าน ว.วชิรเมธี

ความดีที่สมบูรณ์แบบถ้าเรามีศีลมีสมาธิมีปัญญานี่เราได้ทำความดีสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

ถ้าเราบริหารจัดการความโกรธเกลียดได้พื้นที่ในจิตใจเราก็จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขมากกว่าเป็นพื้นที่แห่งความทุกข์

งานที่สุจริตทุกงานล้วนเป็นงานที่มีเกียรติคนสุจริตทุกคนล้วนเป็นคนที่น่านับถือ 

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอาแม้จะแก่เฒ่าชราลงไปร่างกายจะถอยกำลังอ่อนแอลงแต่จิตใจและปัญญาก็เข้มแข็งอยู่ได้จิตใจและปัญญาที่พัฒนาดีแล้วนั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต

ทำเพื่อตนเองมากไป สังคมของเราเวลานี้ไม่มองเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเราจะมองแต่ในแง่เขา แง่เรา

ความเพียรชนะโชคชะตาความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้วก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกันต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเองก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก

ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต และเป็นเหตุกระตุ้นเตือน ให้ก้าวไปข้างหน้าพวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรคควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจและเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจของเรามากๆ เราจะให้อภัยซึ่งกันและกันได้มากขึ้นเมื่อมีการอภัยให้กันได้มากขึ้นความตึงเครียดในใจก็จะไม่มี

ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดี ก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้น จะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูดหรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้นมีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำและขุ่นมัว

คนที่เกิดมามีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่าเป็นคนมีบุญแต่คนที่เกิดมา แล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ผู้ใดทำใจให้ถึงความเป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

เมื่อทำแต่กรรมดีเรื่อยๆ ไปจนเคยชินแล้วกรรมชั่วมันก็จะละไปเองโดยไม่รู้ตัว

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ยิ่งให้ ยิ่งได้ อันนี้เป็นหลักการที่เราควรจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นึกทุกวันว่า วันนี้เราจะทำประโยชน์อะไรแก่ใครได้บ้างแล้วก็ทำ

ล้างความชั่วไม่โต้ตอบด้วยความชั่วเอาน้ำสะอาดมาล้างสิ่งสกปรกสถานที่นั้นก็สะอาดปราศจากสิ่งชั่วร้าย 

อย่าเข้าใจผิดว่าคนนิ่งนั้นเป็นคนโง่ การพูดที่ไม่เป็นสาระเป็นการโง่ที่ยิ่งไปกว่า

ความเสียสละเป็นทางของความสงบ ความอยากได้จนเกินพอดี เป็นทางมาของความโกลาหลวุ่นวาย

หลวงพ่อชา สุภทฺโท

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ดังนั้นอย่ามองอะไรเพียงด้านเดียวเพราะในมุมมืดอาจมีจุดสว่างที่คุณคาดไม่ถึงและหากที่สุดแล้ว ยังหาทางออกไม่เจออย่างน้อยคุณก็พบกับประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าและได้เรียนรู้ความจริงของชีวิต

หลวงปู่ทิม อิสริโก

ทำไมคนชั่วยังได้ดีอยู่เสมอเพราะบุญเก่ายังมีผลอยู่ความชั่วในปัจจุบันยังไม่สนองแต่เมื่อบุญเก่าหมดเมื่อไร บาปที่ทำไว้จะให้ผลทันที

เขาจะด่า เขาจะว่า ก็ให้นิ่งท่านว่า คนที่ด่าคือ คนที่ไม่ทำงาน คนที่ทำงาน คือ คนที่ไม่พูดเวรกรรมเป็นของมีจริง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำแต่กรรมดีเถิดจะไม่มีใครทำอะไรเราได้

สมเด็จพระญาณสังวร

ไม่ผูกโกรธต่อเขาเรา..ก็จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาเมื่อเราไม่มีความคิดแก้แค้นเวรทุกอย่าง..ก็สิ้นสุดลง..

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยากทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยากบุคคลนั้นจะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต

"แก้ตัว" ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" ช่วยได้ทุกอย่าง "แก้แค้น" ที่ดีทีสุด คือหยุดก่อเวรกรรมโกรธเขา...เราทุกข์ อภัยเขา...เราสุข 

หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล

ใจเราเองยังไม่ถูกใจเราเลยแล้วจะให้คนอื่นมาถูกใจเรามันก็คงเป็นไปได้ยาก

สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

มนุษย์ จะทุกข์ได้ ก็เพราะว่ายึดในอดีตฟุ้งในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึงและไม่รู้หน้าที่ในปัจจุบันจึงทำให้ มนุษย์นั้น หาหลัก หาทางไป ไม่เจอ

บางคนทำแต่บุญ แต่ไม่ละบาปอันนี้เขาเรียกว่า...เสมอตัวถ้าบุญไม่ทำ ก็ให้ละบาป...อย่างเดียวอันนั้นแหละโคตรของบุญ

หลวงปู่ขาว อนาลโย

แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ จงหมั่นทำสติ ให้แก่กล้า สติ ทำอะไรไม่ผิดพลาด

ปิดปากไว้ไม่พูดไม่จา ดีกว่าไปนินทาคนอื่น อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล

หลวงปู่ทวด

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างในโลกนี้เคลื่อนไปสู่การสลายตัวทั้งสิ้นไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุขละได้ย่อมสงบ

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลังหรือนรกสวรรค์อะไรก็ได้ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ

หลวงพ่อเกษม เขมโก

ใครจะว่าเราดี เราชั่วนั้น ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำของเราต่างหากถ้าหากเขาว่าเราดีแต่เราไม่ดีจริงก็ไม่มีความหมาย

หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดทำ ถ้าพูดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดพูด ถ้าคิดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดคิด

พุทธทาสภิกขุ

ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้

จงยินดีเผชิญหน้ากับปัญหาและทุกสิ่งด้วยสติและปัญญา

อยู่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกว่าเราดีเด่นดังอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าเราเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง นั้นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

เราสร้างความดีกับใคร เราก็ดีใจ ถึงเขาไม่รู้ เราก็รู้

อย่าเอากิเลสของคนอื่นมาใส่ตัว รู้ความชั่วของคนอื่นแล้วมาใส่สมองวุ่นวายตัวเองเปล่าๆ

พระครูญาณวิศิษฏ์

หูเราก็มี 2 หู ปากก็มีปากเดียว แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย

70ธรรมะสอนใจ หรือ คำคมธรรมะ

70ธรรมะสอนใจ หรือ คำคมธรรมะ
ไม่ต้องไปหาความสุข ความสมบรูณ์แบบที่ไหนไกล แค่ใจเราสงบ นั่นแหละคือที่ชีวิตที่ดีแล้ว
การไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นเจ้าของต่อสิ่งใดๆ สิ่งนั้นแหละจะทำให้เราเป็นสุขได้
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณเริ่มที่จะเป็นผู้ให้ คุณก็จะเป็นคนยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่นๆ ได้
อย่ามองว่าทุกปัญหาที่เข้ามาเป็นเรืองทุกข์ ให้มองว่าเป็นสิ่งธรรมดาที่เราต่างต้องพบเจอ ก็จะทำให้เราไม่ทุกข์ได้
ไม่ต้องไปไขว่คว้าสิ่งใดๆ ในโลกในลำบาก แค่หมั่นทำความดี สิ่งดีๆ ก็จะย้อนกลับมาสู่ตัวคุณเอง
ไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง และก็ไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป
เสริมบุญ "อย่าให้หมด" ส่วนบาปก็ลด "อย่าให้เพิ่ม"
โชคอยู่ที่...การแสวงหา วาสนาอยู่ที่...การกระทำ
พึงชนะ "ผู้น้อย" ด้วยการให้ พึงชนะ "ผู้ใหญ่" ด้วยความอ่อนโยน
"ความสุข" จะสอนให้เรารักคนอื่น "ความทุกข์" จะสอนให้เรารักตัวเอง
ไม่มีใครกำหนดชีวิตเรา ได้ดีกว่า "ตัวเราเอง"
อดีตล่วงไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด...แล้วอนาคตจะดีเอง
"อดีต" คือ ไฟฉายที่ส่องทางให้กับเรา
ปล่อยความทุกข์ทิ้งไป เก็บความสุขใส่ใจดีกว่า
ถ้าคุณทำได้ "จงช่วยผู้อื่น" ถ้าคุณทำไม่ได้อย่างน้อย "จงอย่าทำร้ายผู้อื่น"
เมื่อวานมันจบไปแล้ว วันนี้เริ่มใหม่และยิ้ม ให้กับทุกสิ่งที่เข้ามา
ความสำเร็จอยู่ในมือเราเสมอ อยู่ที่เราจะทำให้มันเกิดขึ้นหรือไม่
มุมที่ดี "อยู่ที่เรามอง" ใจที่ดี "อยู่ที่เราเลือก"
ทำความดีอยู่คนเดียว ไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั้นเอง...
ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนโชคดีที่สุด
ไม่มีใครให้โอกาสในชีวิตเรา ได้ดีเท่าตัวเราเอง
เมื่อมีจงให้ หากอยากได้จงทำก่อน
ยึดมากเป็นทุกข์มาก ยึดน้อยเป็นทุกข์น้อย ไม่ยึดเลยทุกข์ก็ไม่มี
ไม่ว่าจะสูญเสียอะไร ก็อย่าลืมสิ่งดีๆ ที่เรายังมีอยู่
พอเป็นก็ "สุขใจ" พอใจก็ "สุขเป็น"
พึง "ชนะ" คนโกรธ ด้วยความใจเย็น
ความไม่เบียดเบียนกัน เป็นธรรมที่เก่าแก่ที่สุด แล้วก็เป็นธรรมที่สูงสุดด้วย
ความโกรธ เป็นเหตุให้สลัด ความดี
การกระทำของตนยังไม่ถูกใจตน แล้วนับประสาอะไรกับการกระทำของผู้อื่น
หยุดความโกรธ ด้วยการให้อภัย
ให้อภัย คือ ดับไฟในใจเรา
ใครทำอะไร ก็ได้อย่างนั้นแหละ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียง "ชั่วคราว" ไม่มีอะไรที่มา...แล้วไม่ไป
อย่าทุกข์กับสิ่งที่เรา "ควบคุม" และแก้ไขไม่ได้ เมื่อทำเต็มที่แล้วก็ให้ "ปล่อยวาง"
ก้อนหินจะหนัก ก็ต่อเมื่อเอาตัวเราไป "แบก"
คนเดินดินหรือจะสิ้น "คนนินทา"
คนอื่นมีสิทธิ์ "พูด" ในสิ่งที่เขาคิด แต่สิทธิ์ในการสร้างชีวิต "เป็นของเรา"
มองปัญหาให้เหมือน "เม็ดทราย" ที่ดูเหมือนจะเยอะมากมาย แต่ก็ "เล็กนิดเดียว"
อยู่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกว่าเราดีเด่นดังอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าเราเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง นั้นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้ – พุทธทาสภิกขุ
จงยินดีเผชิญหน้ากับปัญหาและทุกสิ่งด้วยสติและปัญญา – พุทธทาสภิกขุ
อย่าเอากิเลสของคนอื่นมาใส่ตัว รู้ความชั่วของคนอื่นแล้วมาใส่สมองวุ่นวายตัวเองเปล่าๆ – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
จงนึกถึงความตายไว้ในทุกลมหายใจเถิด – พุทธดำรัส
หูเราก็มี 2 หู ปากก็มีปากเดียว แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย – พระครูญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์เฟื่อง โชติโก)
ปิดปากไว้ไม่พูดไม่จา ดีกว่าไปนินทาคนอื่น อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล – หลวงปู่ขาว อนาลโย
ความเสียสละเป็นทางของความสงบ ความอยากได้จนเกินพอดี เป็นทางมาของความโกลาหลวุ่นวาย – ปัญญานันทภิกขุ
คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น การเลือกคบคนดีมีแต่นำความสุขมาให้ – พุทธภาษิต
เราสร้างความดีกับใคร เราก็ดีใจ ถึงเขาไม่รู้ เราก็รู้ – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
บุญย่อมปกป้องรักษา และคุ้มครองคนดี และผู้ประพฤติดีเสมอ
วันที่ดีที่สุด คือวันที่ได้ทำความดี และสะสมบุญ
เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็เป็นเหมือนวันวาน อย่าเก็บเอามาเป็นหนามทิ่มแทงตัวเองอีกเลย
การเลือกคบคนดี มีแต่นำความสุขมาให้
เรื่องใหญ่ที่สุดในวันนี้ พอถึงพรุ่งนี้ก็เป็นเรื่องเล็ก
บุญวาสนาเป็นสิ่งที่สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มี ที่มีอยู่แล้วก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้
ผู้เห็นโลกเป็นของวุ่นวาย นั่นแหละคือผู้มีบุญ
เรื่องเล่าปากต่อปากกันสุดท้ายก็เป็นแค่คำนินทา
ใช้จิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่น มาตำหนิตัวเอง ใช้จิตใจที่ชอบให้อภัยตัวเอง มาให้อภัยผู้อื่น
ถ้าเราไม่ทิ้งบุญ บุญก็จะไม่ทิ้งเรา
ปัญหาเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ กรรมเป็นสิ่งที่เราต้องชดใช้ ทุกข์เป็นสิ่งที่เราต้องดับ
ศีลมากมาย ไม่ต้องรักษาให้หมดทุกข้อ รักษาใจให้ดี และกาย วาจา ก็จะดีไปด้วย
แสงสว่างบนท้องฟ้าเกิดจาก ดวงอาทิตย์ แสงสว่างจากชีวิต เกิดจาก การปล่อยวาง
ความจริงใจ ไม่มีอยู่ในคำพูด และเป็นสิ่งที่ พิสูจน์ ยากในปัจจุบัน
หากถูกคนรอบข้างเข้าใจผิด ให้อธิบายครั้งเดียวพอ หากเขาไม่คิดจะเชื่อคุณ อธิบายไปกี่ครั้งเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี
สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิต คือ การหลอกตัวเอง
ความสุข เกิดจากจิตใจที่สะอาดและบริสุทธิ์
ธรรมดาของชีวิต มีแล้วก็กลับไม่มีได้ โลกสลับกันไปมา เหมือนมืดแล้วสว่าง อย่าเสียใจหรือดีใจกับสิ่งใดให้มากนัก
ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้ – พุทธทาสภิกขุ
อะไรก็ตามเถอะถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันเป็นธรรมดาของโลกทั้งนั้น – หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดทำ ถ้าพูดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดพูด ถ้าคิดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดคิด – หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป
บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มีได้ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้ – หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
คนดีไม่ใช่คนที่ไม่เคย ทำผิด แต่คนดีคือคนที่สำนึกผิดและเลิกทำ – หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

สรุปพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์

 สรุปพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์

001 ทิพยจักษุมีได้จริง

002 ผลของศรัทธาในพระพุทธเจ้า

003 โดยปรมัตถ์ ธาตุ ๔ ก็ไม่ควรยืดถือ

004 วิธีละอาสวะ ๗ ประการ

005 ไม่ควรคำนึงอดีตหรืออนาคต

006 ทิฐิเกี่ยวกับอัตตา และอนัตตา

007 ธรรมที่ควรมนสิการคืออริยสัจจ์ ๔

008 การละอาสวะด้วยการสังวร

009 การละอาสวะด้วยการพิจารณาเสพ

010 การละอาสวะด้วยความอดกลั้น

011 การละอาสวะด้วยการเว้นขาด

012 การละอาสวะด้วยการบรรเทา

013 การละอาสวะด้วยการอบรม

014 เหตุทำให้เกิดความกลัวป่าเปลี่ยว

015 ความกลัวบางอย่างเกิดจากตนเป็นเหตุ

016 ความเห็นอันถูกต้องของพระสาวก

017 วิธีกำจัดความขลาด

018 วิธีสร้างอิทธิฤทธิ์

019 การล้างบาปด้วยน้ำ

020 ความหมายของสัมมาทิฐิ

021 มนุษย์ไปเกิดเป็นสัตว์ได้

022 หลักความเชื่อในพระพุทธศาสนา

023 พระพุทธศาสนากับการอยู่ป่า

024 วิธีปฏิบัติเมื่อถูกด่าว่า

025 เรียนไม่เป็นก็มีโทษ

026 กุญแจสู่มรรคผลและนิพพาน

027 วิธีปฏิบัติเมื่อถูกทำร้าย

028 ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น

029 วิญญาณมีจริงหรือ

030 ชื่อต่าง ๆ ของพระอริยบุคคล

031 ทำอย่างไรจะเข้าถึงแก่นพระศาสนา

032 โทษของกาม

033 กินเนื้อสัตว์บาปหรือไม่

034 ความสำคัญของจิตใจ

035 พุทธปฏิภาณ

036 ความสุขระดับต่างๆ

037 โลกหน้ามีจริงหรือไม่

038 ก่อนทำ พูด คิด ควรทำอย่างไร

039 อนิสงส์การเจริญภาวนา

040 ปัญหาที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ

041 คุณของการกินแต่น้อย

042 การฉันวันละ ๒ ครั้ง

043 ทำผิดแล้วยอมรับผิด

044 เหตุให้พระธรรมวินัยเสื่อม

045 คุณธรรมสำหรับพระสงฆ์

046 พุทธทำนาย

047 ความหมายของสัพพัญญู

048 พระอรหันต์นิพพานแล้วไปไหน

049 ผู้ที่ไม่เถียงกับใครๆ

050 ทำไมพระสาวกจึงเคารพพระศาสดา

051 องค์แห่งการตรัสรู้

052 กำหนดเวลาตรัสรู้

053 พุทธจริยาวัตร

054 พระพุทธองค์กับวรรณะ

055 หลักความเชื่อ

056 สมบัติประจำตัวของวรรณะ ๔

057 ทำบาปด้วยความจำเป็น

058 คนธรรมดากับญาณพิเศษ

059 พรหมโลกมีจริง

060 กรรมเก่ากรรมใหม่

061 เหตุให้เชื่อชาติหน้า

062 พระพุทธเจ้าเพียงแต่บอกหนทาง

063 บันไดสู่อรหัตตผล

064 ผู้แทนพระพุทธองค์

065 วิธีพิสูจน์พระอรหันต์

066 หญิงที่ไม่ควรละเมิด

067 สัมมาทิฐิเป็นประธาน

068 ความสัมพันธ์ของโพชฌงค์ ๗

069 พระอริยะกับคนธรรมดา

070 ทำดีด้วยความหวังและไม่หวัง

071 อันตรายของสมาธิ

072 นรกมีจริงหรือ

073 คนเกิดเป็นสัตว์ได้

074 คนพาลเกิดเป็นมนุษย์ได้ยาก

075 ทำดีไปนรก-ทำชั่วไปสวรรค์

076 การตำหนิและการยกยอ

077 นินทา-ว่าร้าย

078 ไม่ควรพูดรีบร้อน

079 ภาษาท้องถิ่น

080 วิธีพิจารณาธาตุ ๖

081 ฆ่าตัวตายไม่ควรตำหนิเสมอไป

082 ข้อปฏิบัติเมื่อถูกทำร้าย

083 สมณพราหมณ์ที่ไม่ควรไหว้

084 วิธีสังเกตสมณพราหมณ์แท้

085 การเจริญอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา

086 ทำไมคนจึงตายช้า-เร็วต่างกัน

087 ทำไมจึงเป็นคนขี้โรค

088 ทำอย่างไรจึงจะมีรูปงาม

089 ทำอย่างไรจึงจะมีอำนาจมาก

090 ทำอย่างไรจึงจะรวย

091 ทำอย่างไรจึงจะได้เป็นดอกฟ้า

092 ทำอย่างไรจึงจะฉลาด

093 ทุกข์เพราะความมี

094 ยอดของความรัก

095 ยอดของภรรยา

096 พระอรหันต์กับภาษาสามัญ

097 ลักษณะพระนิพพาน

098 สิ่งที่ไม่รู้จักตาย

099 ฆ่าแล้วทำบุญ

100 ยอดของทาน

101 การพัฒนาชนบท

102 ยอดของมิตร

103 ภัยใหญ่ของมนุษย์

104 อำนาจจิต

105 สง่าราศีของสตรี

106 ชีวิตประเสริฐ

107 ความเพลิดเพลินและทุกข์

108 สิ่งที่ไม่ควรดูหมิ่น

109 รักตนให้ถูกทาง

110 วิธีล่วงรู้คุณสมบัติผู้อื่น

111 ยาอายุวัฒนะ

112 อย่าดูหมิ่นสตรี

113 ประหยัดให้ถูกทาง

114 ทานที่มีผลมาก

115 ใครเป็นผู้สร้าง

116 ทุกข์ทั้งนั้น

117 อายุของพรหม

118 พระพุทธเจ้าทรงเคารพอะไร

119 กระบวนการปรินิพพาน

120 ฆ่าได้แล้วเป็นสุข

121 เมื่อถูกด่าควรทำอย่างไร

122 ผู้ชนะที่แท้จริง

123 ชาติไม่สำคัญ

124 การบูชายัญอันประเสริฐ

125 สุขของพระพุทธเจ้า

126 ชาวนาพิเศษ

127 ทำบ่อย ๆ ดี

128 บุคคลที่ควรยำเกรง

129 แม้พระพุทธเจ้ายังทรงปวารณา

130 กำเนิดมนุษย์ในครรภ์

131 อธิบายปฏิจจสมุปบาท

132 มีอาหารแต่ไม่มีผู้กิน

133 สัมมาทิฐิคืออะไร

134 มีทุกข์แต่ไม่มีผู้เสวย

135 ใครเป็นผู้สร้าง

136 ทางหนีทุกข์

137 เหตุของทุกข์

138 สมณพราหมณ์ที่แท้จริง

139 พระเสขะและพระอเสขะ

140 ทุกข์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

141 ปิดประตูนรก

142 บ่อเกิดแห่งทุกข์

143 ทุกข์ดับที่ไหน

144 อะไรเกิดขึ้นเมื่ออวิชชาดับ

145 จิต มโน วิญญาณ

146 กายยังถาวรกว่าจิต

147 ผัสสาหารคืออะไร

148 มโนสัญเจตนาหารคืออะไร

149 วิญญาณาหารคืออะไร

150 อาหาร ๔ และทุกข์

151 อาหาร ๔ และความทุกข์

152 เหตุเกิดอุปธิ

153 เหตุเกิดตัณหา

154 ปัจจัยการอาศัยกัน

155 ไม่ใช่อรหันต์เสมอไป

156 เป็นอรหันต์แต่ไม่มีฤทธิ์

157 พวกเดียวกันคบกัน

158 วัฏสงสารที่ไม่มีเบื้องต้นเบื้องปลาย

159 กรรมเก่าทั้งนั้นหรือ

160 วิธีเข้าถึงแก่นพระพุทธศาสนา

161 ฆราวาสก็มีหวังได้ลิ้มรสนิพพาน

162 คุณค่าของการเจริญสมาธิ

163 คุณค่าของสมถะและวิปัสสนา

164 ศาสนาเชน

165 ธาต ๔ เปลี่ยนสภาพได้

166 เหตุให้เกิดในภพ

167 คุณของโลก

168 ดาราศาสตร์ในพุทธศาสนา

169 ข้อปฏิบัติของภิกษุอย่างแท้จริง

170 หัวใจศีลของพระ (๑๕๐)

171 โลกก็มีคุณเหมือนกัน

172 ภิกษุควรหัวเราะหรือไม่

173 ของที่กินไม่รู้จักอิ่ม

174 ความสำคัญของจิต

175 ความเห็นผิดคืออย่างไร

176 ฤกษ์ยามในพระพุทธศาสนา

177 ข้อปฏิบัติของอเจลกะ

178 ความรักทำให้คนตาบอด

179 พระพุทธศาสนาก็ส่งเสริมทรัพย์

180 ปฏิจจสมุปบาทและอริยสัจ

181 คนฟังธรรม ๓ ประเภท

182 ควรให้ทานแก่คนเช่นไร

183 ข้อตอบโต้ลัทธิต่างๆ

184 พรหมลิขิตมีหรือไม่

185 เหตุเกิดอกุศลมูล ๓

186 ศีลอุโบสถของศาสนาเชน

187 ชาติหน้ามีจริงหรือไม่

188 หลักในการนับถือศาสนา

189 ผลกรรมและผู้กระทำ

190 บำเพ็ญสมาธิทำไม

191 สมาธิเพื่ออยู่เป็นสุข

192 สมาธิเพื่อให้เกิดฌาณ

193 สมาธิเพื่อสติสัมปชัญญะ

194 สมาธิเพื่อดับอาสวะ

195 คนกับสภาพแวดล้อม

196 ใช้ตัณหาปราบตัณหา

197 สิ่งที่ควรพูดและไม่ควรพูด

198 เทวดาก็บรรลุมรรคผลได้

199 คนดียิ่งกว่าดี

200 ทำไมคนจึงกลัวความตาย

201 ทำอย่างไรจึงจะค้าขายมีกำไร

202 เหตุที่ทำให้เป็นเทพี

203 ทำไมไม่สวยแต่รวยและสูงศักดิ์

204 ทำไมจึงสวยแต่ยากจนและต่ำศักดิ์

205 ทำไมจึงสวย รวยทรัพย์ สูงศักดิ์

206 ทำอย่างไรจะได้พบกันอีกในชาติหน้า

207 อย่าน้อยใจว่าเราเกิดมามีกรรม

208 ผู้เสียสละนั้นดีแล้วหรือ

209 ควรติคนอื่นหรือไม่

210 สตรีจะเท่าเทียมบุรุษหรือไม่

211 ถ้าขืนคิดจะเป็นบ้าตาย

212 คาถากันงู

213 ควรศึกษาค้นคว้าอวกาศหรือไม่

214 วิธีตอบคำถาม

215 รู้มากๆ เพียงพอหรือยัง

216 ทำไมพระจึงบวชไม่นาน

217 ทำไมคนจึงไม่กล้าทำชั่ว

218 โรคกายโรคใจ

219 กิเลสหนากับการบรรลุมรรคผล

220 สมถะหรือวิปัสสนาก่อน

221 ศาสนาอื่นมีพระอริยบุคคลหรือไม่

222 องค์ประกอบชีวิตนักบวช

223 วิธีเรียนหนังสือเก่ง

224 เหตุให้อายุสั้น

225 วิธีแก้ความอาฆาต

226 พุทธทำนายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

227 ภัยของพระพุทธศาสนา

228 ทางสู่ความดับทุกข์

229 ทำอย่างไรจึงจะถูกพุทธประสงค์

230 ทำไมคนจึงต้องคิดถึงความตาย

231 วิธีงดเว้นความชั่ว

232 ควรบวชเมื่อหนุ่มหรือเมื่อแก่

233 ประโยชน์ของการเดินจงกรม

234 บางครั้งก็ควรงดการบำเพ็ญเพียร

235 เจริญมรณัสสติอย่างไร

236 คนฆ่าไม่รวย-คนรวยไม่ฆ่า

237 วิธีดับอาสวะ ๖ วิธี

238 ความมุ่งหมายในชีวิตของคน ๖ ประเภท

239 ทำไมพระจึงลาสิกขา

240 ภรรยา ๗ ประเภท

241 โทษของความโกรธ

242 การให้ทานในแบบต่างๆ และผลของทานชนิดนั้น

243 ความหมายของพระธรรมคุณ

244 จะรู้จักพระอรหันต์ได้ไหม

245 กรรม เหตุของกรรมและวิธีดับกรรม

246 เหตุทำให้พระศาสนาเสื่อม

247 ความคิดเรื่องสสาร-พลังงานในพระพุทธศาสนา

248 ความทุกข์ของผู้เป็นหนี้เขา

249 วาระสุดท้ายของโลก

250 ทำไมอาสวะจึงไม่สิ้น

251 เตือนใจพระทุศีล

252 พระธรรมวินัยแท้และของปลอม

253 วิธีสร้างปัญญา

254 พุทธศาสนาเป็นคำสอนแบบลบจริงหรือ

255 การตรัสรู้โดยฉับพลันมีได้หรือไม่

256 การกำหนดรู้จิตใจของคนอื่น

257 จะรู้ได้อย่างไรว่าอาสวะสิ้นแล้ว

258 ผู้ไม่มีโชคได้พบพระพุทธศาสนา

259 ทำไมสตรีจึงไม่ควรบวช

260 ก้าวแรกในการปฏิบัติธรรม

261 แม้โจรก็ต้องมีธรรมะ

262 สมาธิกับฌาน

263 พระพุทธเจ้าในฐานะคนธรรมดา

264 ศีลกับอรหัตตผล

265 เหตุแห่งสังฆเภท

266 เหตุแห่งความชั่ว

267 อวิชชาก็มีเหตุ

268 เหตุให้พระพุทธเจ้าอุบัติ

269 ความหลุดพ้นผิด

270 เหตุให้เกิดภวตัณหา

271 ปฏิปักษ์ของธรรมต่าง

272 ความเจริญ ๑๐ ประการ

273 คนใจไม่เป็นทุกข์และทุกข์ไปตามกาย

274 สาระของพระพุทธโอวาท

275 เหตุเกิดและดับแห่งขันธ์ ๕

276 ทุกข์เกิดจากยึดถือขันธ์ ๕ เป็นต้น

277 สุขเกิดเพราะไม่ยึดขันธ์ ๕ เป็นต้น

278 อัตตา-อนัตตา ในขันธ์ ๕

279 ขันธ์ ๕ ในกาลทั้ง ๓ กับไตรลักษณ์

280 ไตรลักษณ์เกี่ยวข้องกัน

281 เหตุให้ขันธ์ ๕ เป็นไตรลักษณ์

282 นิโรธดับอะไร

283 ภาระหนักของมนุษย์

284 ขันธ์ ๕ ควรเรียนรู้

285 คนที่เหมาะสมต่อการสิ้นทุกข์

286 วิธีดับขันธ์ ๕

287 แง่ดีและเสียของขันธ์ ๕

288 เพลิดเพลินขันธ์ ๕ เพลิดเพลินทุกข์

289 มีขันธ์ ๕ ก็มีทุกข์

290 ขันธ์ ๕ เหมือนใบไม้นอกตัวเรา

291 คิดถึงอะไร เป็นสิ่งนั้น

292 เพราะหน่ายจึงรู้ เพราะรู้จึงพ้น

293 ที่พึ่งของชาวพุทธ

294 เกิดมีตน ก็เกิดมีทุกข์

295 อุปาทานขันธ์ คืออะไร

296 ขันธ์ตนกับขันธ์คนอื่น

297 วิญญาณอาศัยขันธ์ ๕

298 วิญญาณอาศัยรูป

299 ขันธ์ ๕ ความเกิดและความดับขันธ์ ๕

300 วิธีพิจารณา ขันธ์ ๕

301 พระอรหันต์กับพระพุทธเจ้า

302 ความหมายของอนัตตา

303 เหตุมีปัจจัยมี

304 ติดขันธ์ ก็ติดบ่วงมาร

305 วิธีคิดเกี่ยวกับขันธ์ ๕

306 วิธีกำจัดอหังการ มมังการ

307 เทพเจ้าอมตะมีหรือไม่

308 จำชาติก่อนได้ คือจำขันธ์ ๕ ได้

309 ความหมายของขันธ์แต่ละอย่าง

310 วิธีสร้างความหน่ายในขันธ์

311 วิธีรุนแรงในการสอน

312 โลกประณามการบิณฑบาต

313 ผู้บิณฑบาตควรคิดอย่างไร

314 อุปาทานคือยึดถืออะไร

315 รู้อย่างไร อาสวะจึงจะสิ้น

316 อุปาทานกับอุปาทานขันธ์ ๕

317 พระอรหันต์สิ้นชีพแล้วไปไหน

318 พระพุทธเป็นหนึ่งกับพระธรรม

319 วิธีคิดเมื่อเสวยสุข-ทุกข์

320 อุปาทานขันธ์กับ "เรา"

321 แนวคิดเรื่องทวินิยม

322 ผู้ไม่วิวาทกับใคร

323 อุปมาของขันธ์ ๕

324 จิตสร้างความวิจิตร

325 หวังแต่ไม่ทำก็หมดหวัง

326 อาสวะไม่สิ้นไปเป็นรายวัน

327 ควรเจริญอนิจจสัญญา

328 อวิชชาคือไม่รู้อะไร

329 พระธรรมกถึกแท้

330 คนแก่ตายในเรือนจำ

331 ขันธ์ ๕ เป็นฐานสังโยชน์-อุปาทาน

332 เลื่อนฐานะด้วยการพิจารณาอุปาทานขันธ์ ๕

333 ขันธ์ ๕ คือมาร

334 พระพุทธเจ้ากับปัญหาทางอภิปรัชญา

335 ทำไมจึงเรียกว่า "สัตว์"

336 เหตุเกิดความเห็นว่าทุกสิ่งนิ่งอยู่กับที่

337 คำสอนของอชิตะ เกสกัมพล

338 คำสอนของปุราณกัสสปะ

339 คำสอนของมักขลิ โคสาล

340 คำสอนของปกุทธะ กัจจายนะ

341 พระโสดาบัน ๒ ประเภท

342 พระอรหันต์กับการเข้าฌาน

343 การเลี้ยงชีพของสมณะ

344 อายตนะกับไตรลักษณ์

345 คุณโทษของอายตนะ

346 เพลินอายตนะ ไม่พ้นทุกข์

347 อายตนะกับทุกข์

348 อะไรคือสิ่งทั้งปวง

349 อะไรคือของร้อน

350 ผู้ไม่สำคัญหมายย่อมไม่ถือมั่น

351 วิธีละ อวิชชา สังโยชน์ อาสวะ อนุสัย

352 วิธีกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง

353 อยู่คนเดียวแต่มีเพื่อน

354 ทุกข์เกิดจากอายตนะภายนอก

355 สันทิฏฐิโกหมายความว่าอย่างไร

356 เป้าหมายของการประพฤติพรหมจรรย์

357 เหตุที่เรียกว่า "โลก"

358 โลก "สูญ" อย่างไร

359 สภาพจิตของผู้ถึงนิพพาน

360 วิธีทำใจเมื่อถูกเบียดเบียน

361 วิญญาณอมตะมีหรือไม่

362 วิธีทำใจเมื่อเผชิญกับอายตนะภายนอก

363 วิธีระงับราคะ โทสะ โมหะ

364 การอยู่ด้วยความประมาท

365 ประโยชน์ของสมาธิ

366 ร่างกายเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

367 ความเกิดและความดับแห่งทุกข์

368 วิธีพ้นจากบ่วงมาร

369 เหตุให้ปรินิพพานในชาตินี้

370 วิธีบวชได้ตลอดชีวิต

371 ทำไมพระหนุ่มบางองค์จึงบวชได้นาน

372 พุทธกับพรหมณ์

373 กรรมเก่า-กรรมใหม่ คืออะไร

374 จุดมุ่งหมายของพรหมจรรย์

375 ทำเองรู้เอง

376 ประโยชน์ของการเจริญสมาธิ

377 วิธีละมิจฉาทิฏฐิ

378 มหาสมุทรในพุทธศาสนา

379 สัตว์ทั้งหลายลอยคออยู่ในมหาสมุทร

380 เบ็ดของมาร

381 พระพุทธเจ้ายังมีอายตนะ แต่ไม่ติดในอายตนะ

382 อัตตาที่เป็นอมตะมีหรือไม่

383 การติดในนิมิตและพยัญชนะให้โทษ

384 สัมผัสให้เกิดทุกข์สุข

385 ชีวิตฆราวาสเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว

386 ควรคุ้มครองอินทรีย์เหมือนเต่า

387 การระวังตนของผู้มุ่งนิพพาน

388 ชีวิตกับนครใหญ่

389 ถ้าไม่ระวังจะตกเป็นทางของอายตนะ

390 วิธีปฏิบัติต่ออนุสัย

391 บาดาลในพุทธศาสนา

392 เวทนาของปุถุชนและอริยสาวก

393 เหตุที่คนแสวงหาความสุข

394 วิธีทำจิตใจตอนเจ็บหนัก

395 สังขารดับตามภูมิแห่งการปฏิบัติ

396 อทุกขมสุขเวทนาน่าจะเป็นสุขอันประณีต

397 สตรีที่บุรุษชอบและไม่ชอบ

398 ทุกข์พิเศษของสตรี

399 หญิงที่ต้องไปเกิดในอบาย

400 กำลัง ๕ ของสตรี

401 กำลังสำคัญที่สุดของสตรี

402 ยอดปรารถนาของสตรี

403 สิ่งที่ทำได้ยากในพระพุทธศาสนา

404 สังขาร ๓ และวิธีดับ

405 ภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอย่างไร

406 คนตายกับสัญญาเวทยิตนิโรธ

407 ลำดับการออกสัญญาเวทยิตนิโรธ

408 เหตุให้คนใจดี-ใจร้าย

409 อนาคตของดารานักแสดง

410 อนาคตของนักรบอาชีพ

411 พิธีส่งวิญญาณไปสวรรค์ของพราหมณ์

412 การแสดงธรรมแบบต่างๆ แก่คนประเภทต่าง ๆ

413 พิธีอุทยคามินีของพราหมณ์

414 การบิณฑบาตไม่ใช่เบียดเบียนชาวบ้าน

415 พระภิกษุกับการรับเงินและทอง

416 เหตุเกิด-ดับแห่งทุกข์

417 พระพุทธเจ้ากับการบำเพ็ญตบะ

418 ฆราวาสกับการดำเนินชีวิตชอบ

419 มีผู้ว่าพระพุทธเจ้าเป็นนักมายากล

420 ทำบาปแล้วได้รับทุกข์ในปัจจุบันเสมอไปหรือ

421 อสังขตธรรมคืออะไร

422 เหตุที่ไม่ทรงตอบเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย

423 เหตุที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบปัญหาบางอย่าง

424 สัตว์ประเภทไหนตายแล้วเกิดอีก

425 ปัญหาที่พระพุทธองค์ไม่ทรงตอบ

426 อวิชชากับอกุศลกรรมทั้งปวง

427 ความมีมิตรดีสำคัญที่สุด

428 ยานอันประเสริฐในพุทธศาสนา

429 ทางปฏิบัติเพื่อกำหนดรู้ทุกข์

430 พรหมจรรย์และที่สุดแห่งพรหมจรรย์

431 นิพพานธาตุคืออะไร

432 อธิบายองค์มรรคทั้ง ๘

433 ความสำคัญของความเห็น

434 อริยมรรคเป็นผลงานของพระพุทธเจ้า

435 ยอดของอสัตตบุรุษ

436 อริยมรรคเป็นฐานของจิต

437 เครื่องสนับสนุนสัมมาสมาธิ

438 จุดมุ่งหมายของการประพฤติพรหมจรรย์

439 สิ่งจำเป็นเบื้องต้นในการเจริญอริยมรรค

440 องค์ประกอบอื่นๆ ของมรรค

441 จุดหมายปลายทางของอริยมรรค

442 ยอดแห่งธรรมทั้งปวง

443 ศีลส่งเสริมอริยมรรค

444 ธรรมที่ควรรู้และทำให้แจ้งและทำให้เจริญ

445 คนใฝ่หา ๓ สิ่ง

446 ธรรมที่ภิกษุควรรู้ กำจัด และละ

447 จุดมุ่งหมายของการเจริญอริยมรรค

448 อาหารของนิวรณ์ธรรม

449 อาหารของโพชฌงค์ ๗

450 ภิกษุที่ควรเข้าไปหา

451 อานิสงส์โพชฌงค์ ๗

452 พระอรหันต์ กับโพชฌงค์ ๗

453 พระพุทธเจ้าอยู่ด้วยวิชชาและวิมุติ

454 สนิมของจิต

455 นิวรณ์ ๕ ระงับเมื่อใด

456 เหตุที่พระลาสิกขา

457 โพชฌงค์ ๗ กับศาสนาอื่น

458 ปริพพาชกกับพระพุทธเจ้า

459 ควรเจริญโพชฌงค์ไหนเวลาใด

460 พรหมวิหารของปริพพาชกกับของพุทธ

461 เหตุที่ความจำแจ่มแจ้งดี

462 เบื้องต้นของสติปัฏฐาน ๔

463 จุดรวมของอกุศลธรรม

464 อารมณ์อันเป็นอโคจรของภิกษุ

465 พระพุทธองค์ไม่มีคำสอนพิเศษเพื่อใคร

466 บำบัดทุกข์เวทนาด้วยพลังจิต

467 อะไรเกิดขึ้นในการเจริญสติปัฏฐาน

468 มหาบุรุษคือคนประเภทไหน

469 ไม่มีใครเหนือพระพุทธองค์

470 จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง

471 การสูญเสียพระอัครสาวก

472 ดูแลตนเท่ากับดูแลผู้อื่น

473 ควรเจริญกายคตาสติอย่างระมัดระวัง

474 เหตุให้พระสัทธรรมตั้งอยู่นาน

475 พระเสขะและพระอเสขะ

476 วิธีละสังโยชน์เบื้องสูง

477 ธรรมที่อาศัยของอินทรีย์

478 ความหมายของอินทรีย์ ๕

479 อินทรีย์ ๕ กับการบรรลุมรรคผล

480 สมณะและพราหมณ์ที่แท้จริง

481 สุข ทุกข์ อุเบกขา เกิดได้อย่างไร

482 อินทรีย์ทั้ง ๕ จะดับเมื่อใด

483 พระพุทธองค์กับชราภาพ

484 ผู้เสวยอารมณ์ของอินทรีย์ ๕

485 อินทรีย์ ๕ กับพละ ๕

486 เหตุให้พยากรณ์อรหัตตผลได้

487 อินทรีย์ ๕ สนับสนุนกันและกัน

488 ยอดของโพธิปักขิยธรรม

489 อินทรีย์ ๕ อย่างไหนสำคัญที่สุด

490 วิธีรู้ภูมิเสขะ-อเสขะของตน

491 ความไม่ประมาทและวิธีเจริญ

492 ธรรมที่ทำให้เกิดในพรหมโลก

493 พระพุทธเจ้าอาจอยู่ได้ตลอดกัลป์

494 ฤทธิเดชปาฏิหาริย์เป็นไปได้จริง

495 ตรัสว่าคนตายแล้วเกิดจริง

496 จะละตัณหาด้วยตัณหาได้อย่างไร

497 วิธีเจริญอิทธิบาท ๔

498 พระพุทธเจ้าทรงรู้วิธีเหาะได้

499 อานิสงส์สติปัฏฐาน ๔

500 ฌาน ๔ นำไปสู่นิพพานได้

501 วิธีเจริญอานาปานสติ

502 อานาปานสติกับโพชฌงค์ ๗

503 อานิสงส์อานาปานสติ

504 อานาปานสติกับสติปัฏฐาน ๔

505 พระพุทธองค์กับเวลาของพระองค์เอง

506 วิหารธรรมของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์

507 ธรรมที่ส่งเสริมกันและกัน

508 ธรรมเครื่องปิดประตูอบาย

509 พุทโธวาทสำหรับคนใกล้ตาย

510 ธรรมเครื่องพึงกระแสพระนิพพาน

511 ฆราวาสกับการเข้าถึงสวรรค์

512 พระพุทธเจ้าทรงทำนายอนาคตพระสาวก

513 พิธีอุทยาคามินีของพราหมณ์

514 กบิลพัสดุ์ในสมัยพุทธกาล

515 คนตายแต่กาย

516 แม้คนขี้เมาก็อาจเป็นพระโสดาบันได้

517 วิธีสอนคนป่วยที่ห่วงหน้าห่วงหลัง

518 สมาธิเกื้อหนุนปัญญา

519 จุดมุ่งหมายของการออกบวช

520 สิ่งที่ภิกษุควรคิดและไม่ควรคิด

521 ถ้อยคำที่ภิกษุควรพูดและไม่ควรพูด

522 ดิรัจฉานกถา

523 ทางปฏิบัติสุดโต่ง ๒ อย่าง

524 อริยสัจจ์ ๔ โดยย่อ

525 การตรัสรู้ที่สมบูรณ์คืออะไร

526 พระพุทธองค์ทรงรับรองการตายแล้วเกิด

527 พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้สิ่งเดียวกัน

528 เหตุที่ได้ชื่อว่าอริยสัจจ์

529 ลำดับการเห็นด้วยสัจจะ

530 พระพุทธองค์รู้มากกว่าที่สอน

531 พระพุทธเจ้าทรงรับรองโลกอื่น

532 อริยสัจจ์เป็นเรื่องด่วน

533 ดวงประทีปของโลก

534 ถ้ารู้อริยสัจจ์ก็ไม่ต้องตามล่าอาจารย์

535 เหตุให้เกิดความห้าวหาญมั่นใจ

536 สัตว์ในอบายภูมิทำความดีได้หรือไม่

537 สิ่งที่เกิดมีได้ยากในโลก

538 เห็นอริยสัจจ์ทุกข์เหลือน้อย

539 สิ่งที่มีมากน้อยกว่ากัน

540 ชายตายเพราะหญิง หญิงตายเพราะชาย

541 ความสำคัญของจิตใจ

542 ความสำคัญของจิตที่ตั้งไว้ถูก-ผิด

543 อนาคตของคนจิตเศร้าหมองและผ่องใส

544 ประโยชน์ของจิตที่ใสสะอาด

545 จิตเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด

546 จิตเดิมใสสะอาด

547 อานิสงส์เมตตาจิต

548 โทษของความเกียจคร้าน

549 ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์

550 ธรรมที่มีคุณและโทษอันยิ่งใหญ่

551 ธรรมที่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อม

552 ภิกษุผู้ทำลายพระพุทธศาสนา

553 ผู้เป็นหนึ่งในโลก

554 พระสาวกผู้เลิศในด้านต่างๆ

555 สิ่งที่เป็นไปไม่ได้

556 ตำแหน่งที่สตรีครองไม่ได้

557 อนุสสติ ๑๐

558 รากฐานของสุขและทุกข์

559 พระพุทธเจ้ากับศาสดามักขลิโคสาล

560 อานิสงส์กายคตาสติ

561 วิธีการลงโทษโจรในสมัยพุทธกาล

562 การต่อสู้ดิ้นรน ๒ แบบ

563 ทำจริงถึงจริง

564 ธรรมคุ้มครองโลก

565 เหตุให้คดียืดเยื้อ

566 โทษของทุจริต ๓

567 เหตุให้พระสัทธรรมเสื่อมสูญ

568 อานิสงส์ของสมถะและวิปัสสนา

569 วิธีตอบแทนคุณบิดามารดาที่ถูกต้อง

570 เหตุที่พระไม่ไหว้ฆราวาส

571 เหตุที่คนทะเลาะวิวาทกัน

572 เหตุให้คนดีปลีกตัว

573 กลัวผิดจนไม่ยอมพูด

574 คนก็ไม่สะดุ้งเมื่อฟ้าผ่า

575 เหตุแห่งราคะ โทสะ และมิจฉาทิฏฐิคืออะไร

576 การวางตัวในสังคม

577 พระเสขะอาจเสื่อมได้

578 เหตุที่บัญญัติพระวินัย

579 สุขแบบต่างๆ

580 อันตรายของคนพาล

581 ธรรมเป็นเครื่องหมายพาลและบัณฑิต

582 ลักษณะอื่นๆ ของคนพาล

583 สถานที่ที่ภิกษุลืมไม่ได้

584 ภิกษุผู้มีชื่อเสียงควรทำอะไร

585 บุคคลผู้สิ้นหวัง ภิกษุผู้สิ้นหวัง

586 บุคคล ภิกษุ ผู้ไม่มีความหวังใดๆ

587 บุคคล ภิกษุ ผู้มีความหวัง

588 สิ่งที่สูงกว่าพระเจ้าจักรพรรดิและพระพุทธเจ้า

589 ความคดโกง กาย วาจา ใจ

590 หลักปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์

591 ธรรม 3 ประการ

592 พ่อค้าที่เจริญก้าวหน้า

593 พระอริยบุคคล ๓ ประเภท

594 คนไข้ ๓ ประเภท

595 เหตุที่ทรงแสดงธรรม

596 คนมีอุปการะมากอย่างแท้จริง

597 คนที่มีจิตเหมือนแผลเก่า ฟ้าแลบ เพชร

598 การเลือกคบคน

599 โทษของการคบคนเลว

600 คนที่ควรเฉยเมย

601 คนปากเสีย และปากดี

602 พระพรหมของบุตร

603 รากเหง้าของกรรม

604 พระอรหันต์ทำกรรมหรือไม่

605 สุขของพระพุทธองค์

   

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...