3. นิพพานในทุกความหมาย ไม่เกี่ยวกับความตาย
พุทธทาสภิกขุ นี่เป็นเรื่อง เป็นปัญหาขึ้นมาก็เพราะว่าเอาวัตถุเป็นหลัก ร่างกายเป็นหลัก และใช้คำแปล คำพูดก็ประหลาด คนถามเอานิพพาน คือ ความไม่มีอะไร นี่ผิดแล้ว นั่นมันผิดเรื่องแล้ว!
นิพพาน คือ ความเย็นที่หาความร้อนไม่ได้
บาลีก็มีอยู่ชัดๆว่า อายตนะที่เรียกว่า นิพพาน นั้นมีอยู่ จะเรียกว่าไม่มีอะไรไม่ได้ แล้วก็ว่านิพพานนี้ แปลว่า เย็น เมื่อไม่มีการปรุงแต่งแห่งกิเลสแล้วก็เป็นสภาพที่เย็น จิตเข้าถึงสภาพเย็นเช่นนั้นได้ นิพพานก็มีความเย็น พระอรหันต์ก็เหมือนกัน คือ บรรลุนิพพานก็ดับเย็นเหมือนกัน เย็นจนไม่ร้อนได้อีก ไม่ใช่ความไม่มีอะไรเสียเลย
แม้ว่าจะใช้คำว่า ว่าง-สุญญตา ว่างแต่พระนิพพาน ก็ไม่ได้หมายถึงความไม่มีอะไรเสียเลย มัน "ว่างจากความหมายแห่งตัวตน" ว่างจากการปรุงแต่งที่ทำให้เป็นทุกข์ นิพพาน
ว่าง คือ ว่างอย่างนี้ ไม่ใช่ความไม่มีอะไรเสียเลย
- - พระอรหันต์ไม่ดับ - -
พระอรหันต์ดับนี่หมายความว่ายังไง คนถามหมายความว่าร่างกายดับ หรือว่าอะไรดับ หมายความว่าพระอรหันต์ดับนี่คงไม่ถูก ถ้าร่างกายของพระอรหันต์ดับนี่ก็พอได้
(แท้จริงแล้ว) กิเลสน่ะมันดับ กิเลสดับล่ะก็เป็นความเป็นพระอรหันต์ ใน "ความเป็นพระอรหันต์" อย่างนี้ไม่ดับอีกแล้ว เพราะมันไม่มีเหตุปัจจัยเสียแล้ว ความเป็นพระอรหันต์นั้นดับอีกไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระอรหันต์แท้ก็ไม่ตาย แต่เปลือกที่ร่างกายของพระอรหันต์นั้นมีอาการอย่างที่เราเรียกว่า ตาย
นี่ก็ขอให้ทุกคนรับรู้และจำไว้ด้วยว่า พระอรหันต์นั้นตายไม่ได้ ไม่ได้พูดอย่างลวกๆ อย่างสะเพร่าๆ อย่างเด็กๆ พูดล่ะก็พูดว่า พระอรหันต์ตายได้ พระพุทธเจ้าก็ตายได้ นั่นภาษาเด็กๆ ถ้าภาษาธรรมะโดยแท้จริงแล้ว ท่านตายไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังอยู่เดี๋ยวนี้!
พระอรหันต์นั่นคือ ความสิ้นไปแห่งกิเลส เป็นภาวะแห่งความสิ้นไปแห่งกิเลส และภาวะนั้นมันมีอยู่ตลอดเวลาถึงเมื่อไหร่ก็ได้ ความเป็นพระอรหันต์นั้นจะดับอีกไม่ได้ แม้ว่าร่างกายมันจะดับไป ก็ดับไป เพราะร่างกายนั้นไม่ใช่องค์พระอรหันต์
สภาวะอันหนึ่ง คือ ความสิ้นไปแห่งกิเลส ความไม่มีกิเลสนั้นจะมีอยู่ จะดับอีกไม่ได้ เพราะมันไม่มีวัตถุสำหรับจะดับ ไม่มีสังขารที่จะดับ ไม่มีเหตุปัจจัยอะไรที่จะดับ เพราะมันไม่ใช่ตัวเหตุ ตัวปัจจัย มันเป็นภาวะที่อยู่เหนือเหตุ เหนือปัจจัย ดังนั้นจึงดับไม่ได้
จะพูดให้จริงให้ถูกตามภาษา ผู้รู้ก็ต้องพูดว่าพระอรหันต์นั้นตายไม่ได้ พระอรหันต์นั้นดับไม่ได้ มันเป็นสภาพชนิดหนึ่งซึ่งอยู่เหนือห่าง เหนือความดับ เหนือการปรุงแต่งแห่งสังขาร ไม่เป็นสังขารที่ปรุงแต่ง คำถามนี้ก็ต้องตอบว่า นิพพาน ไม่ใช่ความไม่มีอะไร มีสภาพอย่างหนึ่งซึ่งเราเรียกว่า นิพพาน และคิดถึงสภาพนั้นได้ นิพพานนั้นจึงได้นับว่า อายตนะ อย่างหนึ่งชนิดหนึ่งแต่เป็นอสังขตะ
พระอรหันต์ก็คือ ผู้ที่ถึงซึ่งนิพพาน ความเป็นพระอรหันต์คือ หมดกิเลส ก็ไม่ดับ ไม่ตาย มันตายไม่ได้นั่นเอง ส่วนร่างกายของพระพุทธเจ้าก็ดี ของพระอรหันต์ก็ดี ที่โดยสมมุติว่าเป็นของท่านนั้นน่ะ นี่มันก็แตกตามทำลายไปตามธรรมดาของสิ่งที่เป็นสังขารนั้นเฉพาะร่างกาย อย่าเอาไปปนกัน เดี๋ยวทำให้พระพุทธเจ้าตาย ทำให้พระอรหันต์ตาย ก็เลยหมดที่พึ่งกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น