วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

23. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย

23. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย
พระพุทธเจ้า” ทุกพระองค์ทรงเคารพ “พระธรรม”
.....พุทธทาสภิกขุ.....
.
…. “ ถ้าใครยังไม่ทราบ ที่นั่งอยู่นี้ใครยังไม่ทราบก็ได้ทราบเสียด้วยว่า พระพุทธเจ้าก็ทรงมีที่เคารพ, ท่านเคารพพระธรรม, อย่าไปเข้าใจผิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ไม่เคารพใคร อยู่เหนือใครหมด. ท่านตรัสว่า การที่อยู่โดยไม่มีที่เคารพนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ปลอดภัย อย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์, หลักเกณฑ์ซึ่งเป็นที่เคารพหรือยึดถือ, หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าท่านเคารพก็คือ “กฏอิทัปปัจจยตา”;
…. ท่านเคารพตั้งแต่วันแรกตรัสรู้ แล้วก็เคารพตลอดมา ยืนยันได้ว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม ทั้งที่พระธรรมนั้นก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้านั้นเองท่านได้ตรัสรู้ นี่ท่านไม่ประมาท ท่านไม่ยกตัว, ท่านไม่ทําอะไรชนิดเหมือนพวกเราที่คอยแต่ว่าจะไม่เคารพใคร อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่อย่างที่ไม่มีที่เคารพนั้นมันจะปลอดภัย, ยิ่งยังเป็นปุถุชนมากๆอยู่แล้วก็ต้องยิ่งมีที่เคารพ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ พระเจ้าพระสงฆ์ กฎเกณฑ์อะไรต่างๆ ต้องเป็นที่เคารพ, ดังที่พระองค์ทรงเคารพพระธรรม
…. พอเรามีพระธรรม มันก็คล้ายกับว่าเรามีหมดแหละ มีพระพุทธ มีพระสงฆ์ รวมอยู่ในนั้น, มาอยู่ในจิตใจของเรา ขอให้เรามีธรรมะถึงขนาด ใช้คําว่า“ถึงขนาด”, คือขนาดที่จะดับทุกข์ได้ คือแตกฉานแจ่มแจ้งในธรรมะเรื่องดับทุกข์ “อิทัปปัจจยตา” เป็นกฏตายตัวว่า ความทุกข์เกิดขึ้นมาอย่างไร, ความทุกข์จะไม่เกิดหรือดับไปอย่างไร, อันนั้นต้องแจ่มแจ้ง, พอรู้เห็นอย่างนี้แล้ว มันก็ดํารงตนอยู่ในลักษณะนั้น คือถูกต้อง, ความทุกข์ก็ไม่เกิด, นี้เรียกว่าเรามีธรรมะโดยสมบูรณ์ ก็เลยมีพระพุทธ พระสงฆ์ อยู่ในนั้น. เรามีท่านอยู่ในหัวใจของเราได้ด้วยเหตุนี้ หรือจะพูดว่า เราทําหัวใจของเราให้เหมือนกับหัวใจของท่านได้ ก็เพราะเหตุนี้เหมือนกัน แล้วแต่จะใช้คําไหน เรามีท่านมาอยู่ในหัวใจของเรา ก็คือมีธรรมะอย่างเดียวกันกับท่านมาอยู่ในหัวใจของเรา, หรือเรามีหัวใจเช่นเดียวกับท่าน ก็คือมีธรรมะอย่างที่ท่านมีอยู่ในหัวใจของเรา”
.พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ทุกพระองค์ ทรงเคารพพระธรรม ดังปรากฏในพระไตรปิฎก “คารวสูตร” ดังนี้
.
[๑๗๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
…. สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ประทับอยู่ที่ใต้ต้นอชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความรำพึงอย่างนี้ว่า “บุคคลผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์คนไหนหนอแลอยู่”
…. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้มีพระดำริดังนี้ว่า “เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งสีลขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ที่มีศีลสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราจะพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
…. เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งสมาธิขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ที่มีสมาธิสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
…. เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
ที่มีปัญญาสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
…. เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งวิมุตติขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ฯลฯ ที่มีวิมุตติสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
…. เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ที่มีวิมุตติญาณทัสสนะสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่ ทางที่ดีเราพึงสักการะ เคารพธรรมที่เราตรัสรู้แล้วนั่นแลอยู่
…. ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบความรำพึงของพระผู้มีพระภาคด้วยใจแล้วหายตัวจากพรหมโลกมาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น
…. ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหมห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ทรงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตทรงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจจุบัน ก็ขอจงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่เถิด”
…. ท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลดังนี้แล้ว จึงได้กล่าวคาถาอื่นต่อไปอีกว่า
    พระสัมพุทธเจ้าในอดีต
    พระสัมพุทธเจ้าในอนาคต
    และพระสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดในปัจจุบัน
    ผู้ขจัดความเศร้าโศกของสัตว์เป็นจำนวนมากให้พินาศไป
    ทุกพระองค์นั้น ล้วนเคารพพระสัทธรรมอยู่
    นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
       เพราะเหตุนั้นแล กุลบุตรผู้ใฝ่ประโยชน์
    มุ่งหวังความเป็นใหญ่ ระลึกถึงคำสอน
    ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงเคารพพระสัทธรรม”
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...