วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์

 69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์

คำสอนของพุทธทาสภิกขุเปรียบเทียบการเรียนรู้ธรรมะในสองสภาพแวดล้อม: ในป่า (ความสงบ/วิเวก) มุ่งเน้นความหลุดพ้น มีนิพพานเป็นเป้าหมายสูงสุดเพื่อคลายทุกข์ ในขณะที่ ในเมือง (ความวุ่นวาย) เต็มไปด้วยเหยื่อทางโลกคือ กามารมณ์, การกิน, และชื่อเสียงเกียรติยศ ทำให้จิตใจมัวเมาใน "กิน กาม เกียรติ" จนลืมธรรมะ 

เรียนธรรมะในป่า (วิเวก): เป็นการฝึกจิตที่หน่วงเอา "นิพพาน" (ความว่างจากกิเลส) มาเป็นอารมณ์ คือการอยู่เหนือตัวกู-ของกู และไม่เป็นทาสกิเลส

เรียนธรรมะในเมือง (โลก): จิตมักถูกดึงดูดด้วยเหยื่อ (กาม-เกียรติ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในโลก ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว

แนวทาง: พุทธทาสภิกขุสอนให้ "เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งการกระทำอย่างสูง" แม้จะอยู่ในเมืองก็ควรใช้ธรรมะเพื่อไม่ให้เป็นทาสของกิเลส 

การเปรียบเทียบนี้สะท้อนเรื่องราว "กิน กาม เกียรติ" ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ยั่วให้ทิ้งธรรมะ การหน่วงพระนิพพานเป็นอารมณ์คือการทำจิตใจให้ผ่องใสตามหลักโอวาท 3

คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ สะท้อนถึง "สภาพแวดล้อม" ที่ส่งผลต่อ "สภาวะจิต" ได้อย่างคมคาย:

เรียนธรรมะในป่า (มีนิพพานเป็นอารมณ์): เมื่ออยู่ในความเงียบสงบของธรรมชาติ จิตจะน้อมไปสู่ความปล่อยวาง ความสงบเย็น และเป้าหมายสูงสุดคือการพ้นทุกข์ (นิพพาน) ได้ง่ายเพราะขาดสิ่งเร้า

เรียนธรรมะในเมือง (มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์): สภาพสังคมเมืองเต็มไปด้วยการแข่งขันและการแสวงหา จิตจึงมักถูกดึงไปพัวพันกับความต้องการพื้นฐาน (กิน), ความเพลิดเพลินทางโลก (กาม) และสถานะทางสังคม (เกียรติ) แม้จะพยายามเรียนธรรมะ แต่สิ่งเหล่านี้ก็มักเข้ามาเป็นอุปสรรคหรือเป้าหมายแฝงเสมอ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...