79. ภาษา คน คือจริงสมมติ ภาษาธรรม คือจริงปรมัตถ์
หลักธรรม "ภาษาคน-ภาษาธรรม" ของท่านพุทธทาสภิกขุ คือการแบ่งความจริงออกเป็น 2 ชั้น: ภาษาคนคือความจริงเชิงสมมติที่ยึดถือตัวตน (ตัวกู-ของกู) เพื่อใช้ในการสื่อสารทางโลก ส่วนภาษาธรรมคือความจริงแท้ปรมัตถ์ มองทุกอย่างเป็นเพียงธรรมชาติ (ตถตา-อิทัปปัจจยตา) ว่า "เป็นเช่นนั้นเอง" ไร้ตัวตน เพื่อการดับทุกข์
สรุปสาระสำคัญตามแนวทางพุทธทาสภิกขุ:
ภาษาคน (ความจริงสมมติ): เป็นเรื่องของการสมมติให้เข้าใจกันในโลก เช่น คำว่า "คน" "สัตว์" "ฉัน" "เธอ" "เกิด" "ตาย" "สุข" "ทุกข์" ซึ่งยังมีการยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตนจริงๆ
ภาษาธรรม (ความจริงปรมัตถ์): เป็นเรื่องของความจริงแท้ในระดับธรรมะ เช่น ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีตัวตนที่ถาวร การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ ว่าเป็นตัวกู-ของกู จะนำมาซึ่งความทุกข์
เป้าหมาย: ท่านพุทธทาสสอนให้ใช้ภาษาคนเพื่อสื่อสาร แต่ใช้ภาษาธรรมเพื่อมองโลกและปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ โดยการเข้าใจเรื่อง "ตถตา" (มันเป็นเช่นนั้นเอง) และ "อิทัปปัจจยตา" (สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นตามปัจจัย)
การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองจากการยึดติดตัวตนไปสู่การเห็นตามความเป็นจริง ทำให้จิตใจไม่เป็นทุกข์
คำอธิบายของท่านพุทธทาสภิกขุในเรื่องนี้ เป็นการแยกแยะระดับของความจริงเพื่อให้เราเข้าใจคำสอนได้ถูกต้อง
ภาษาคน (จริงสมมติ): คือภาษาที่ใช้สื่อสารกันในระดับโลกียะ ยึดถือตามสมมติของสังคม เช่น มีตัวฉัน มีของฉัน มีพ่อ แม่ ลูก มีสัตว์ บุคคล หรือสิ่งของ ซึ่งเป็นความจริงระดับผิวเผินที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ภาษาธรรม (จริงปรมัตถ์): คือภาษาที่พูดถึงความจริงแท้ตามธรรมชาติ (ตถาตา) ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริง มีแต่การทำงานของขันธ์ 5 หรือธาตุตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามเหตุปัจจัย
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน:
ภาษาคน: พูดว่า "ฉันกำลังโกรธ" (มีตัวตนเป็นผู้โกรธ)
ภาษาธรรม: คือ "สภาวะความขุ่นมัวของจิตที่เกิดขึ้นเพราะมีผัสสะมากระทบ" (ไม่มีตัวตน มีแต่กระบวนการทางจิต)
การเข้าใจทั้งสองภาษานี้จะช่วยให้เรา "อยู่ในโลกโดยไม่หลงโลก" คือใช้ภาษาคนสื่อสารได้ปกติ แต่ใจเข้าถึงความจริงระดับภาษาธรรมที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น