วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

73. ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น

 73. ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น

คำสอนของ พุทธทาสภิกขุ เรื่องสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งยึดติด จึงไม่มีความทุกข์ทางใจเหมือนมนุษย์ที่คิดมากและยึดมั่นถือมั่น หากคนเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง มองสิ่งต่างๆ เป็น "เช่นนั้นเอง" (ตถตา) ไม่ยึดถือเอามาเป็นอารมณ์ ก็จะไม่เป็นโรคประสาท 

เหตุผลที่สัตว์ไม่เป็นโรคประสาท: สัตว์มีความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีกิเลสประเภทความอยากได้ ความยึดติดในตัวตน หรือการปรุงแต่งความคิดที่มากเกินไป ทำให้จิตใจไม่เกิดความทุกข์ที่ซับซ้อน

ทำไมคนเป็นโรคประสาท: มนุษย์มีความคิดมาก ปรุงแต่งมาก ยึดติดใน "ตัวกู-ของกู" ทำให้เกิดความเครียดและความทุกข์

แนวทางแก้ไข: ให้มองเห็นทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ยึดถือในหลักธรรมะ เรียนรู้ที่จะไม่ยึดถือ (ปล่อยวาง) แล้วมนุษย์จะไม่เป็นโรคจิตโรคประสาท 

พุทธทาสภิกขุสอนให้มองแบบ "เช่นนั้นเอง" คือถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้รู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของธรรมชาติ แล้วจะไม่เป็นทุกข์ 

คำกล่าวนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นการใช้ "ธรรมชาติของสัตว์" มาเป็นกระจกสะท้อนให้มนุษย์เห็นต้นตอของปัญหาทางสุขภาพจิตและโรคประสาทในยุคปัจจุบัน

ท่านพุทธทาสมักสอนให้เราสังเกตว่า ทำไมสัตว์ถึงไม่เป็นโรคประสาท? (ในสภาวะธรรมชาติ) ซึ่งคำตอบสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้:

1. สัตว์อยู่กับ "ปัจจุบันขณะ"

สัตว์ไม่มีการปรุงแต่งอดีตให้เศร้าหมอง หรือปรุงแต่งอนาคตให้กังวล มันกินเมื่อหิว นอนเมื่อเพลีย และระวังภัยเมื่อมีเหตุจวนตัว แต่มนุษย์มักแบกเอาเรื่องที่จบไปแล้วมาคิดซ้ำ และหวาดระแวงกับเรื่องที่ยังไม่เกิด จนจิตใจล้าและกลายเป็นโรคประสาท

2. สัตว์ไม่มี "ตัวกู-ของกู" (อัตตา) ที่ซับซ้อน

สัตว์ไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่เกินตัว ไม่ได้ต้องการคำชื่นชม ไม่ได้กลัวเสียหน้า หรือต้องการสะสมทรัพย์สมบัติให้มากกว่าตัวอื่น ความทุกข์ของมันจึงจำกัดอยู่แค่เรื่องเวทนาทางกาย (หิว เจ็บ ป่วย) แต่ความทุกข์ของมนุษย์ส่วนใหญ่มาจาก "ความยึดมั่นถือมั่น" ในตัวตนและวัตถุ

3. สัตว์เป็นไปตามกฎของธรรมชาติอย่างซื่อตรง

สัตว์ยอมรับความจริงของชีวิตได้ดีกว่ามนุษย์ เมื่อมันต้องตายหรือบาดเจ็บ มันก็เผชิญหน้าตามสัญชาตญาณ แต่มนุษย์มักจะ "ฝืนกฎธรรมชาติ" อยากให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามใจตัวเอง เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เกิดความเครียดสะสม

ทำไมรู้แล้วจะช่วยให้คนไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น?

ถ้ามนุษย์เข้าใจความจริงข้อนี้ เราจะเริ่ม "ลดการปรุงแต่ง" ลง:

ลดความคาดหวังที่เกินพอดี: เข้าใจว่าเราไม่ได้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง

ลดความยึดมั่นในตัวตน: เมื่อ "ตัวกู" เล็กใจ ความเจ็บปวดที่เกิดจากการถูกกระทบก็ลดลง

กลับมาอยู่กับปัจจุบัน: ไม่เอาเรื่องในสมองมาทำร้ายร่างกายตัวเอง

สรุปสั้นๆ: สัตว์รอดพ้นจากโรคประสาทเพราะมัน "ไม่มีเรื่องมาก" ในใจ ส่วนมนุษย์เป็นโรคประสาทเพราะ "มีเรื่องมากเกินไป" และส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเองทั้งสิ้น

72. จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย

 72. จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้ว

หลักคำสอนนี้ของท่านพุทธทาสภิกขุหมายถึง การส่งเสริมให้คนขยันทำงานต้องควบคู่ไปกับการสอนให้มี "จิตว่าง" หรือการทำงานด้วยความรู้สึกไม่ยึดติด เพื่อป้องกันความเครียด ความวิตกกังวล และความทุกข์ทางใจ (โรคจิต) ที่เกิดจากการคาดหวังผลลัพธ์หรือยึดติดว่าเป็น "ตัวกู-ของกู" ในผลงานนั้นๆ 


แนวทางปฏิบัติเพื่อความขยันที่มาพร้อมความสุข (ป้องกันโรคจิต):

ทำงานด้วยจิตว่าง: ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ แต่ไม่ยึดติดกับผลงาน ไม่ต้องวิตกกังวลว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ทำงานแบบไม่เอารัดเอาเปรียบ: ขยันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือความสุขในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อตอบสนองกิเลสหรือความโลภ

มีสติและปัญญา: ใช้สติกำกับในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดความโกรธหรือโทสะเมื่อเจอปัญหา

ปล่อยวาง: เมื่อทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ให้ปล่อยวาง ไม่แบกภาระความเครียดไว้หลังจบงาน 

คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นการเตือนสติที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิตครับ ท่านสื่อว่าการโหมขยันเพียงอย่างเดียวโดยขาดธรรมะหรือวิธีควบคุมจิตใจ อาจนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล หรือ "โรคทางจิต" ในความหมายทางธรรมได้

หัวใจสำคัญของประโยคนี้คือ:

ขยันอย่างมีสติ: หากขยันเพราะความโลภหรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวกู-ของกู จะทำให้ใจเป็นทุกข์และเร่าร้อน หอจดหมายเหตุพุทธทาส

วิธีป้องกันโรคจิต (ในทางธรรม): คือการทำงานด้วยความว่าง หรือการมี "จิตว่าง" (ทำงานไปตามหน้าที่ โดยไม่ยึดติดในผลลัพธ์ว่าเป็นตัวเราหรือของเรา) ซึ่งจะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและไม่เป็นบ้าไปกับงาน ธรรมะไทย

การทำงานคือการปฏิบัติธรรม: ท่านพุทธทาสสอนเสมอว่า "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม" ถ้าเราทำด้วยท่าทีที่ถูกต้อง งานจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องฝึกจิตใจให้สะอาด สว่าง และสงบ สำนักพิมพ์ธรรมสภา

สรุปสั้นๆ คือ "จงขยันทำหน้าที่ แต่ประหารความยึดติด เพื่อไม่ให้จิตต้องป่วย


วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

50 ธรรมะสอนใจ ใช้สติในการใช้ชีวิต ได้ข้อคิดดี!

 

50 ธรรมะสอนใจ ใช้สติในการใช้ชีวิต ได้ข้อคิดดี!

กว่าสองพันปีที่พุทธธรรมได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตที่สามารถปรับใช้กับชีวิตของปุถุชนได้ทุกยุคทุกสมัย

เหตุเพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานเพียงใด สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปรไปคือธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งวนเวียนอยู่กับ รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็นับว่าเป็นบุญอันประเสริฐที่ชีวิตของเราท่านหลายคนได้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเตือนสติไว้ ข้อคิดดี ๆ เหล่านี้เปรียบได้ดั่งหยาดนิศาชลยามเช้าที่ร่วงโปรยลงสร้างความชุ่มฉ่ำให้ชีวิต

ทำให้เราตื่นขึ้นจากความลุ่มหลง อาฆาตแค้น และเศร้าโศกเสียใจอันเป็นมวลอารมณ์ของมนุษย์ที่ทุกคนต้องพบเจอ

ธรรมะสอนใจ เป็นคติที่มักหยิบขึ้นมาเตือนสติตัวเอง ในวันที่ท้อ หรือต้องการแรงบันดาลใจ รวมไปถึงวันที่ได้เข้าวัดทำบุญ โดยเป็นคำคมที่ใช้กันแพร่หลาย

เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น

บุญย่อมปกป้องรักษา และคุ้มครองคนดี และผู้ประพฤติดีเสมอ

วันที่ดีที่สุด คือวันที่ได้ทำความดี และสะสมบุญ

เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็เป็นเหมือนวันวาน อย่าเก็บเอามาเป็นหนามทิ่มแทงตัวเองอีกเลย

การเลือกคบคนดี มีแต่นำความสุขมาให้

เรื่องใหญ่ที่สุดในวันนี้ พอถึงพรุ่งนี้ก็เป็นเรื่องเล็ก

บุญวาสนาเป็นสิ่งที่สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มี ที่มีอยู่แล้วก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้

ผู้เห็นโลกเป็นของวุ่นวาย นั่นแหละคือผู้มีบุญ

เรื่องเล่าปากต่อปากกันสุดท้ายก็เป็นแค่คำนินทา

ใช้จิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่น มาตำหนิตัวเอง ใช้จิตใจที่ชอบให้อภัยตัวเอง มาให้อภัยผู้อื่น

ถ้าเราไม่ทิ้งบุญ บุญก็จะไม่ทิ้งเรา

ปัญหาเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ กรรมเป็นสิ่งที่เราต้องชดใช้ ทุกข์เป็นสิ่งที่เราต้องดับ

ศีลมากมาย ไม่ต้องรักษาให้หมดทุกข้อ รักษาใจให้ดี และกาย วาจา ก็จะดีไปด้วย

แสงสว่างบนท้องฟ้าเกิดจาก ดวงอาทิตย์ แสงสว่างจากชีวิต เกิดจาก การปล่อยวาง

ความจริงใจ ไม่มีอยู่ในคำพูด และเป็นสิ่งที่ พิสูจน์ ยากในปัจจุบัน

หากถูกคนรอบข้างเข้าใจผิด ให้อธิบายครั้งเดียวพอ หากเขาไม่คิดจะเชื่อคุณ อธิบายไปกี่ครั้งเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี

สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิต คือ การหลอกตัวเอง

ความสุข เกิดจากจิตใจที่สะอาดและบริสุทธิ์

ธรรมดาของชีวิต มีแล้วก็กลับไม่มีได้ โลกสลับกันไปมา เหมือนมืดแล้วสว่าง อย่าเสียใจหรือดีใจกับสิ่งใดให้มากนัก

ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้ – พุทธทาสภิกขุ

อะไรก็ตามเถอะถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันเป็นธรรมดาของโลกทั้งนั้น – หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดทำ ถ้าพูดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดพูด ถ้าคิดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดคิด – หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป

บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มีได้ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้ – หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คนดีไม่ใช่คนที่ไม่เคย ทำผิด แต่คนดีคือคนที่สำนึกผิดและเลิกทำ – หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ปัจจุบันในชีวิตประจำวันแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอเรื่องทุกข์ หากไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ก็จะปล่อยวาง และมีเรี่ยวแรงไปทำอย่างอื่นๆ การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการอ่านคำคมธรรมะเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ก็ช่วยให้จิตใจเบิกบาน สร้างอุเบกขาได้เหมือนกัน

อยู่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกว่าเราดีเด่นดังอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าเราเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง นั้นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้ – พุทธทาสภิกขุ

จงยินดีเผชิญหน้ากับปัญหาและทุกสิ่งด้วยสติและปัญญา – พุทธทาสภิกขุ

ผู้ที่ละทั้งความชนะและพ่ายแพ้ได้ย่อมจะมีใจที่สงบ และนอนหลับเป็นสุข – พุทธภาษิต

อย่าเอากิเลสของคนอื่นมาใส่ตัว รู้ความชั่วของคนอื่นแล้วมาใส่สมองวุ่นวายตัวเองเปล่าๆ – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

จงนึกถึงความตายไว้ในทุกลมหายใจเถิด – พุทธดำรัส

หูเราก็มี 2 หู ปากก็มีปากเดียว แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย – พระครูญาณวิศิษฏ์ (พระอาจารย์เฟื่อง โชติโก)

ปิดปากไว้ไม่พูดไม่จา ดีกว่าไปนินทาคนอื่น อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล – หลวงปู่ขาว อนาลโย

ความเสียสละเป็นทางของความสงบ ความอยากได้จนเกินพอดี เป็นทางมาของความโกลาหลวุ่นวาย – ปัญญานันทภิกขุ

คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น การเลือกคบคนดีมีแต่นำความสุขมาให้ – พุทธภาษิต

เราสร้างความดีกับใคร เราก็ดีใจ ถึงเขาไม่รู้ เราก็รู้ – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

ไม่สู้ไม่หนี หมั่นสร้างความดีเข้าไว้ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

เรื่องที่ผ่านไปแล้ว มันก็ผ่านไปแล้วเหมือนวันวาน อย่าเก็บเอามาเป็นหนามทิ่มแทงตัวเองอีกเลย – หลวงพ่อชา สุภัทโท

ธรรมดาของชีวิต มีแล้วก็กลับไม่มีได้ โลกสลับกันไปมา เหมือนมืดแล้วสว่าง อย่าเสียใจหรือดีใจกับสิ่งใดให้มากนัก – หลวงปู่จันทร์ศรี

บุคคลที่ไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้โดยยาก – พุทธดำรัส

ความลำบากจะทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราเคยมี – พระไพศาล วิสาโล

ชนะดีกว่าแพ้ แต่พระพุทธเจ้าสอนไปอีกอย่างว่า อย่ารู้จักแพ้ อย่ารู้จักชนะเลย ให้อยู่เหนือความแพ้และความชนะ นั่นแหละคือความไม่ยึดมั่นถือมั่น – พุทธทาสภิกขุ

ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องคุ้มกัน มากเท่ากับสติ – พุทธทาสภิกขุ

คนฉลาด ไม่ใช่แค่ฉลาดพูดเท่านั้น ต้องรู้ในสิ่งที่ไม่ควรพูด ให้มากยิ่งกว่าสิ่งที่ควรพูด – พุทธทาสภิกขุ

ไม่บ้าตามใจตัวเอง นี่สำคัญมาก – พุทธทาสภิกขุ

-จิตที่คิดจะให้ สบายกว่า จิตที่คิดจะเอา – พุทธทาสภิกขุ

ยิ่งฉลาดมาก มันก็ยิ่งงมงายได้ลึกซึ้งกว่าคนโง่ ฉะนั้นคนฉลาดก็ยิ่งจะต้องระวังให้มากกว่าคนโง่ – พุทธทาสภิกขุ

เขาว่าเราจริง ก็ไม่ต้องโกรธเขา เพราะเรื่องมันจริง เขาว่าเราไม่จริง ก็ไม่ต้องโกรธเขา เพราะเรื่องมันไม่จริง แค่นี้ก็จบ – พุทธทาสภิกขุ

ศรัทธาต้องมาทีหลังปัญญา จะปลอดภัย – พุทธทาสภิกขุ

เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคนอีกคนหนึ่ง – พุทธทาสภิกขุ

เหวี่ยงไปแรง มันก็กลับมาแรง นี้เป็นกฎแห่งกรรม ที่ต้องระวังสังวร – พุทธทาสภิกขุ

โลกนี้คือโรงละคร ที่แสดงไปเองตามอวิชชาของมนุษย์ ไม่มีหยุดตลอดกาล – พุทธทาสภิกขุ

กูรู้หมดทุกอย่าง ยกเว้นตัวกู – พุทธทาสภิกขุ

สละตัวตนออกไป ตัวกู ของกู สละออกไป แล้วก็รับใช้ผู้อื่น มันจะเยือกเย็นเป็นสุข – พุทธทาสภิกขุ

มีความอยากที่ไหน มีความร้อนใจที่นั่น – พุทธทาสภิกขุ

ไม่มีงานไหนต่ำ ถ้าทำด้วยใจสูง – พุทธทาสภิกขุ

โกรธทำไม เสียสมองเปล่า ๆ ทะเลาะทำไม เสียเวลาเปล่าๆ – หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

ให้หมั่นรำลึกถึงตัวตนอยู่เสมอ ว่า บ่ใช่ตัว บ่ใช่ตน – ครูบาศรีวิชัย

ฉลาดทำงาน ไม่จนทางกาย ฉลาดทำใจ ทุกข์กับใครไม่เป็น – พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ

เกิดมาโดนนินทา โดยสรรเสริญ อย่าไปรับมาหมักไว้ในใจ ปล่อยผ่านไปเสีย – หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

อะไรที่สะสมแล้ว ไม่เป็นภาระ ยกเว้นความดี – สมเด็จภระญาณสังวน สมเด็จพระสังฆราช

มีแต่วันนี้มีค่า ไม่มีวันหน้า และวันหลัง – พุทธทาสภิกขุ

จะมีดีให้อวด ก็อย่าอวดให้หมดดี เพราะถึงอวดไป ก็ไม่มีใครชอบ – พุทธทาสภิกขุ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

71. ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง

 71. ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง

ข้อความ "ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง" เป็นคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่เน้นการพึ่งพาตนเอง (อัตตา หิ อัตตโน นาโถ) โดยมองว่าการสอนวิธีปฏิบัติธรรมเพื่อให้เขารู้จักแก้ปัญหาและพ้นทุกข์ได้ด้วยตัวเอง ยั่งยืนและมีคุณค่ากว่าการให้สิ่งของ ซึ่งถือเป็นสุดยอดของการให้ทาน 

สาระสำคัญของคำสอนนี้:

การช่วยตัวเอง: คือการฝึกจิตและใช้ปัญญาพิจารณาธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตด้วยตนเอง

การให้ธรรมทานที่แท้จริง: คือการชี้แนะแนวทาง วิธีการ และโอกาสในการพัฒนาจิตใจ ไม่ใช่แค่การแจกจ่ายวัตถุสิ่งของ

เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้รับสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการยึดติด และเข้าถึงความสงบเย็นในระดับจิตใจอย่างถาวร 


คำสอนนี้สะท้อนถึงการนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงการทำบุญตามประเพณี แต่เป็นการสร้าง "ที่พึ่ง" ที่ยั่งยืนให้แก่ตนเองและผู้อื่น


คำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ในข้อนี้เน้นย้ำถึงแก่นแท้ของการ "ให้" ที่ยั่งยืนที่สุดครับ สวนโมกขพลาราม

การให้ธรรมทานในความหมายนี้ ไม่ใช่เพียงการสวดมนต์หรือแจกหนังสือธรรมะ แต่คือการ "ช่วยให้เขาสามารถช่วยตัวเองได้" โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้:

สร้างปัญญา ไม่ใช่สร้างการพึ่งพา: การหยิบยื่นสิ่งของหรือเงินทองเป็นการช่วยเพียงชั่วคราว แต่การมอบ "วิธี" หรือ "ธรรมะ" คือการติดตั้งเครื่องมือให้เขาดับทุกข์ได้ด้วยลำพังตนเอง 

พึ่งตนเองคือธรรมะสูงสุด: สอดคล้องกับหลัก อัตตา หิ อัตตโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) การฝึกให้คนมีสติและปัญญาจนไม่ต้องคอยร้องขอความช่วยเหลือจากใคร คือการยกเขาระดับขึ้นสู่ทางธรรมที่แท้จริง

การให้อิสรภาพ: เมื่อใครคนหนึ่งรู้วิธีช่วยตัวเองจากความทุกข์หรือความยากลำบาก เขาจะหลุดพ้นจากพันธนาการของการรอคอย และนั่นคือทานที่สูงค่ากว่าวัตถุใดๆ

สรุปสั้นๆ คือ "สอนวิธีหาปลา ดีกว่าเอาปลาไปวางให้ในจาน" นั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

70. เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ

 70. เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ

ข้อความดังกล่าวสะท้อนปรัชญาของท่านพุทธทาสภิกขุที่ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "การศึกษาทางโลก" (มหาวิทยาลัย) กับ "การศึกษาทางธรรม" (ในป่า) ว่า การนำความรู้ทางโลกไปใช้ มักจบลงที่ใบปริญญา หรือชื่อเสียงเกียรติยศ ซึ่งเป็นเพียงสิ่งสมมติ ไม่ใช่การดับทุกข์ที่แท้จริง 


ความหมาย: การเรียนเพื่อเอาแผ่นกระดาษ (ปริญญา) คือการมุ่งเน้นวัตถุ ชื่อเสียง และตำแหน่ง (ทาสของกามารมณ์/วัตถุ)

นัยยะสำคัญ: การศึกษาที่แท้จริงคือการปฏิบัติธรรม (ตายก่อนตาย) เพื่อหลุดพ้นจากกิเลส ซึ่งหาไม่ได้ในมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่หาได้จากสวนโมกข์ หรือการปฏิบัติภาวนา

คำสอนที่เกี่ยวข้อง: คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง และการศึกษาที่ถูกต้องต้องนำมาซึ่งความสงบเย็น ไม่ใช่ความเด่นดัง 


ท่านพุทธทาสมักเปรียบเทียบให้เห็นว่าการศึกษาทางโลกมักสร้างความยึดติด ในขณะที่ธรรมะสอนให้ปล่อยวาง

กระดาษอันมีเกียรติ พุทธทาส

คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ สะท้อนถึงการวิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษาที่เน้นเพียง "ปริญญา" หรือ "ความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด" โดยมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งดังนี้:

ธรรมะสำหรับเรียนในป่า: หมายถึง สัจธรรมหรือความรู้ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อขัดเกลาจิตใจและดับทุกข์ ซึ่งมักเกิดขึ้นจากการลงมือทำและพิจารณาอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ

เรียนในมหาวิทยาลัย: สื่อถึงระบบการศึกษาในห้องเรียนที่เน้นการท่องจำ การวิจัย และการวิเคราะห์ทางทฤษฎี

แผ่นกระดาษอันมีเกียรติ: คือ "ใบปริญญา" ซึ่งท่านมองว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ภายนอก หากผู้เรียนได้มาเพียงความรู้ในตำรา แต่ไม่สามารถนำธรรมะมาใช้ดับทุกข์หรือเปลี่ยนนิสัยได้จริง

สรุปคือ: หากเราเรียนธรรมะหรือความรู้ใดๆ เพียงเพื่อจะสอบให้ผ่านหรือเพื่อให้ได้ใบประกาศ โดยไม่นำมาฝึกฝนจนเกิดผลในจิตใจ สุดท้ายสิ่งที่เราได้มาก็เป็นเพียงแค่ "เศษกระดาษ" ที่สังคมสมมติว่ามีเกียรติ แต่หาความสงบเย็นในชีวิตไม่ได้เลย

การประยุกต์ธรรมะ ในชีวิตวัยเรียน/วัยทำงานดี พุทธทาส

การประยุกต์ใช้ธรรมะตามแนวทางของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เน้นความเรียบง่ายและนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมีหัวใจสำคัญคือการมองว่า "ทุกอย่างคือหน้าที่ และหน้าที่คือธรรมะ" 

1. วัยทำงาน: "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม"

ท่านพุทธทาสเน้นย้ำว่าเราไม่จำเป็นต้องเข้าป่าหรือนั่งสมาธิเพื่อปฏิบัติธรรม แต่สามารถทำได้ในที่ทำงาน: 

ทำงานด้วยจิตว่าง: คือการทำงานโดยไม่ยึดติดว่าเป็น "ตัวกู-ของกู" ทำงานเพื่อประโยชน์ของงานและส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อลาภ ยศ หรือความโลภส่วนตัว

เป็นสุขในเวลาทำงาน: ท่านสอนว่า "ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน" หากเรามองว่างานคือหน้าที่ที่เป็นธรรมะ เราจะมีสติและสมาธิอยู่กับปัจจุบัน ทำให้ไม่เครียดและมีความสุขไปกับเนื้องาน

ใช้หลักอิทธิบาท 4: พอใจในงาน (ฉันทะ), เพียรพยายาม (วิริยะ), ตั้งใจฝักใฝ่ (จิตตะ) และใช้ปัญญาตรวจสอบแก้ไข (วิมังสา) เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงอย่างมีคุณภาพ 

2. วัยเรียน: "การเรียนคือการฝึกฝนตนเอง"

สำหรับนักเรียนนักศึกษา ท่านพุทธทาสให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานของชีวิต: 

ความไม่ยึดมั่นถือมั่น: แม้ในวัยเรียนก็ควรฝึกที่จะไม่ยึดติดกับคะแนนหรือความสำเร็จจนเกินไปจนเกิดทุกข์ แต่ให้ทำหน้าที่ "เรียน" ให้ดีที่สุดในขณะนั้น

ปัญญาและสมาธิ: ท่านเปรียบว่า "ปัญญาคือความคม สมาธิคือน้ำหนัก" การเรียนต้องใช้ทั้งสมาธิเพื่อให้เกิดกำลังใจในการศึกษา และใช้ปัญญาเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหา

ความซื่อสัตย์และการฝึกตน (ฆราวาสธรรม 4): การเรียนต้องอาศัย สัจจะ (ความจริงใจต่อหน้าที่), ทมะ (การข่มใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน), ขันติ (ความอดทนต่อความเหนื่อยยาก) และ จาคะ (การสละความเกียจคร้าน) 

สรุปหลักการนำไปใช้

มองธรรมะคือหน้าที่: ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงาน หากเราทำหน้าที่นั้นให้ถูกต้องที่สุด นั่นคือการปฏิบัติธรรมที่สูงสุดแล้ว

ฝึกจิตให้ชนะกิเลส: คอยสังเกตความเห็นแก่ตัว (ตัวกู-ของกู) ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน แล้วฝึกละวางเพื่อให้ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น

69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์

 69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์

คำสอนของพุทธทาสภิกขุเปรียบเทียบการเรียนรู้ธรรมะในสองสภาพแวดล้อม: ในป่า (ความสงบ/วิเวก) มุ่งเน้นความหลุดพ้น มีนิพพานเป็นเป้าหมายสูงสุดเพื่อคลายทุกข์ ในขณะที่ ในเมือง (ความวุ่นวาย) เต็มไปด้วยเหยื่อทางโลกคือ กามารมณ์, การกิน, และชื่อเสียงเกียรติยศ ทำให้จิตใจมัวเมาใน "กิน กาม เกียรติ" จนลืมธรรมะ 

เรียนธรรมะในป่า (วิเวก): เป็นการฝึกจิตที่หน่วงเอา "นิพพาน" (ความว่างจากกิเลส) มาเป็นอารมณ์ คือการอยู่เหนือตัวกู-ของกู และไม่เป็นทาสกิเลส

เรียนธรรมะในเมือง (โลก): จิตมักถูกดึงดูดด้วยเหยื่อ (กาม-เกียรติ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในโลก ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว

แนวทาง: พุทธทาสภิกขุสอนให้ "เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งการกระทำอย่างสูง" แม้จะอยู่ในเมืองก็ควรใช้ธรรมะเพื่อไม่ให้เป็นทาสของกิเลส 

การเปรียบเทียบนี้สะท้อนเรื่องราว "กิน กาม เกียรติ" ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ยั่วให้ทิ้งธรรมะ การหน่วงพระนิพพานเป็นอารมณ์คือการทำจิตใจให้ผ่องใสตามหลักโอวาท 3

คำคมนี้ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ สะท้อนถึง "สภาพแวดล้อม" ที่ส่งผลต่อ "สภาวะจิต" ได้อย่างคมคาย:

เรียนธรรมะในป่า (มีนิพพานเป็นอารมณ์): เมื่ออยู่ในความเงียบสงบของธรรมชาติ จิตจะน้อมไปสู่ความปล่อยวาง ความสงบเย็น และเป้าหมายสูงสุดคือการพ้นทุกข์ (นิพพาน) ได้ง่ายเพราะขาดสิ่งเร้า

เรียนธรรมะในเมือง (มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์): สภาพสังคมเมืองเต็มไปด้วยการแข่งขันและการแสวงหา จิตจึงมักถูกดึงไปพัวพันกับความต้องการพื้นฐาน (กิน), ความเพลิดเพลินทางโลก (กาม) และสถานะทางสังคม (เกียรติ) แม้จะพยายามเรียนธรรมะ แต่สิ่งเหล่านี้ก็มักเข้ามาเป็นอุปสรรคหรือเป้าหมายแฝงเสมอ


วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สรุปคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ รวม 309 หัวข้อ

คำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ รวม 309 หัวข้อ
1. พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่
2. พุทธะเป็นใครก็ได้ ถ้าเป็นผู้รู้ – ตื่น – เบิกบาน
3. นิพพานในทุกความหมาย ไม่เกี่ยวกับความตาย
4. นิพพานเป็นของได้เปล่า เมื่อสลัดตัวกูออกไปเสีย
5. นิพพานในความหมายของชาวบ้าน (นิพฺพุโต) ก็มีอยู่
6. นิพพานในปัจจุบัน (เมื่อจิตว่าง) เรียกสามายิกนิพพาน เป็นสิ่งควรสนใจ
7. นิพพานหาพบได้ที่วัฏฏสงสาร
8. นิพพานคือ “ตัวกู” ตายเสียก่อนแต่ร่างกายตาย
9. ทำงานและมีชีวิตอยู่ด้วยจิตว่างจากตัวกู
10. ทุกเรื่องและทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับจิตสิ่งเดียว

11. ปากอย่างใจอย่าง หนทางแห่งยอดสุข
12. กิเลสกับโพธิ์ ล้วนแต่เป็นสังขารธรรมด้วยกัน
13. มีสติเมื่อผัสสะ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดทุกข์
14. เพชรในหัวคางคก (ความรู้ที่ทุกข์สอนให้) นั้นมีอยู่
15. ตัวกู – ของกู จอมศัตรูตัวร้ายกาจ
16. เหนือความหมายแห่งของคู่ทุกชนิด คืออิสระ
17. เรื่องดี – ชั่ว สุข – ทุกข์ บุญ – บาป ยังมิใช่ความสงบ
18. นรกสวรรค์ในพุทธศาสนา มีอยู่ที่อายตนะนั่นแหละ
19. ที่มาแท้จริงของสุขและทุกข์ คือการทำผิดหรือทำถูก ต่อกฎอิทัปปัจจตา
20. อย่าไปกินเนื้อกินผัก กินแต่อาหารไม่มีโทษก็พอ

21. ฆราวาสธรรม มิใช่สำหรับฆราวาสจมปลักอยู่ในความเป็นฆราวาส แต่เพื่อพ้นจากความเป็นฆราวาส
22. วรรณะโดยกำเนิด เลิกได้ โดยการงาน นั้นเป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถเลิกได้
23. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย
24. พระอรหันต์ทุกองค์ก็มิได้บรรลุในมหาวิทยาลัย
25. ผู้ทำบุญไปสวรรค์ต้องรู้ไว้ว่า เทวดาเขาต้องจุติมาสุคติกันที่มนุษย์โลก
26. คำว่าศาสนาในความหมายสูงสุด คือวิธีการเพื่อความรอด ทุกชนิดทุกระดับ
27. แม้แต่สัตว์และต้นไม้พืชพันธุ์ ก็ต้องมีศาสนาตามแบบของตน ๆ คือระบบเพื่อความรอด
28. สอนธรรมะยาก เพราะภาษาที่ใช้อยู่ มีไม่พอ
29. คำว่าสังขาร แปลว่าของปรุง – การปรุง, มิใช่ร่างกายคร่ำคร่าสำหรับจะตาย
30. พุทธศาสนาทำให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตในลักษณะที่ไม่เกิดทุกข์

31. ชีวิตใหม่ คือชีวิตที่มีปัญหาและคำถามเกี่ยวกับความทุกข์จางลงและหมดไป
32. ทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์ (ไม่มีความสงบ) จะเอาความสงบต้องพ้นชั่วพ้นดี เหนือบาปเหนือบุญ
33. ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุ, ยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความเจริญ
34. สิ่งเลวร้ายที่ต้องรู้จักเรื่องแรกที่สุด ก็คือเรื่องนิวรณ์ทั้งห้านั่นเอง, ถ้าไม่รู้จักก็ไม่อาจรู้เรื่องกิเลส
35. การเป็นเกลอกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ
36. หัวใจพุทธศาสนาที่สัญลักษณ์กางเขน “ตัดตัวกู”
37. หัวใจพุทธศาสนาที่หน้าแรก ๆ ของไบเบิ้ล คือไม่ยึดติดในความดีและความชั่ว ซึ่งจะต้องตาย
38. ทุกคนสามารถเป็นพุทธทาสได้ไม่มากก็น้อยแต่เขาไม่สนใจกันเสียเลย
39. ความไม่ตายมี ๒ ชนิด : ไม่ตายทางกาย (สำหรับสัตว์), ไม่ตายทางวิญญาณ (สำหรับมนุษย์)
40. คนเกลียดวัดเกลียดธรรมะ โดยมากไม่รู้สึกตัวว่าเกลียด จึงไม่มีความคิดที่จะหมุนเข้ามาหาธรรมะ

41. วินัยเป็นสิ่งที่ทรงบัญญัติขึ้น, ธรรมะเป็นสิ่งที่ทรงพบแล้วแสดงออก: มันต่างกันอย่างนี้
42. ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว
43. คนทั้งโลกอกตัญญูต่อ “นิพพานชั่วคราว” อย่างหลับหูหลับตา แล้วยังแถมเนรคุณ คือ เกลียดนิพพาน
44. ศีลธรรมทุกข้อทุกระบบมีปรมัตถธรรมเป็นรากฐาน
45. ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาวินาศ, กลับมาโลกาสงบเย็น แต่ก็ไม่มีใครสนใจกันเลย
46. ปรมัตถ์ธรรมกลับมาโลกาสว่างไสว, ถ้าไม่กลับมาโลกามืดมนท์ แต่ก็มืดมนท์จนเป็นธรรมดาไปแล้ว
47. มนุษย์กำลังสร้างโลกอยู่อย่างที่พระเจ้าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองดูตาปริบ ๆ
48. เด็ก ๆ นั่นแหละ คือผู้สร้างโลกในอนาคตที่แท้จริง
49. ที่บูชาหน้าพระพุทธรูปนั่นแหละ ยิ่งจัดเท่าไรก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์ยิ่งขึ้นเท่านั้น
50. ถ้าดูโลกที่พระเจ้ากำลังสร้างอยู่ บัดนี้จะยิ่งเห็นว่าพึ่งไม่ได้ และแถมยังไม่น่าไว้ใจอีกด้วย

51. คนโง่พูดว่า มีแต่เวลากินเรา เราไม่อาจกินเวลา
52. เมื่อเราตะกละ อาหารกินเรา, เมื่อเรามีสติ เรากินอาหาร โดยมากเป็นอย่างไร คิดดูเองเถิด
53. แปลคำว่าปรโลกกันผิด ๆ จนกลายเป็นโลกหน้า, ที่แท้ก็คือโลกชนิดอื่น จากที่มีอยู่เป็นประจำที่นี่
54. ยิ่งจุดธูปเทียน ก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์, อย่างดีก็เป็นพุทธศาสตร์สำหรับเด็กอมมือ
55. กามารมณ์เป็นค่าจ้างเพื่อการสืบพันธุ์ อย่าไปสนใจใยดีหรือถึงกับบูชากันนักเลย
56. ฉันไม่อาจให้ความร่ำรวย แต่ให้จิตที่แพงกว่านั้น
57. พุทธบริษัทต้องพูดเป็น ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม
58. คนหนึ่งพูดภาษาเงิน อีกคนพูดภาษาธรรมแล้วมันจะพูดรู้เรื่องได้อย่างไรกัน
59. ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่างไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม
60. ระวังความเมตตาสงสารจะกลายเป็นความรัก (ทางเพศ) ขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

61. จงจัดชีวิตประจำวัน ให้เต็มไปด้วยความหมายของนิพพาน คือความสงบเย็น
62. เขารอรับรสของนิพพานกันต่อตายแล้ว ทั้งที่อาจรับได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้
63. การงานทุกชนิดสอนให้เราฉลาดขึ้นนิดหนึ่งเสมอไป แม้ที่สุดแต่การกวาดขยะ
64. สิทธิเสมอภาคของสตรีทำให้โลกหมดพ่อแม่มีเหลืออยู่แต่กะเทย
65. โบสถ์ที่พระเจ้าอย่างบุคคลสร้างขึ้น มีแต่จะปิดลง ๆ แต่โบสถ์ที่อิทัปปัจจยตาสร้างขึ้นมีแต่จะเปิดเพิ่มขึ้น ๆ
66. โลกต้องมีศาสนาครบทุกชนิด มีศาสนาเดียวไม่ได้, แต่ต้องทำความเข้าใจกันได้
67. เตรียมตัวอยู่ร่วมโลกกับคนบ้าด้วยกัน จงทุกคนเถิด
68. พูดอย่างถูกต้องที่สุดก็ว่า “ไม่มีนิวรณ์นั่นแหละคือความเป็นสมาธิ”
69. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์
70. เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ
71. ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง

72. จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย
73. ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น
74. ไม่ได้ตรัสสอนเรื่องตาย – เกิด ฯลฯ ทรงสอนแต่เรื่องทุกข์กับความดับทุกข์เท่านั้น
75. สิ่งที่หลอกลวงเราที่สุด ก็คือสิ่งที่เราเรียกชื่อมันว่า “ความสุข”
76. เป็นสุขหรือทุกข์ได้โดยไม่ต้องมีบุคคล มีแต่จิตที่ถูกปรุงหรือไม่ถูกปรุง ให้รู้สึกเช่นนั้น
77. มีธรรมะแล้วก็เหมือนอยู่ในมุ้ง แล้วกวักมือยุง (ความทุกข์) ให้มากัด
78. แม้ปลาก็มีได้ทั้งอาคาริก – อนาคาริก แล้วทำไมคนจะมีด้วยไม่ได้
79. ภาษา คน คือจริงสมมติ ภาษาธรรม คือจริงปรมัตถ์
80. ทำไมจะต้องห้ามสอนอนัตตา – สุญญตา – กาลามสูตร

81. ถ้าดูให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย แม้แต่ความทุกข์และความตาย ซึ่งเกลียดกลัวกันนัก
82. เมื่อนายทุนรักกันได้กับกรรมกร ก็มีสันติภาพถาวร
83. สหประชาชาติ ยังเป็นแต่มาลีวราช นั่งจับปูใส่กระด้ง
84. ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน แต่ทำให้เงินเหลือ
85. เลี้ยงหมาเป็นอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นคนไม่เป็นหมา
86. พอใจจนไหว้ตัวเองได้ คือสวรรค์แท้จริงที่นี่เดี๋ยวนี้
87. อย่าอยู่หรือทำอะไรด้วยความหวัง แต่ด้วยสติปัญญา
88. ความกล้าหาญทางจริยธรรมคือยอดแห่งความกล้า
89. ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา
90. “นายคลำ” เป็นอาจารย์ของทุกคน แม้นักปราชญ์

91. ธรรมิกสังคมนิยม คือนายทุนรักกันได้กับกรรมกร
92. นอกจากเรื่องทุกข์และดับทุกข์ มิใช่เรื่องต้องสนใจ
93. สมาธิทุกชนิด คือ เอกัคตาจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์
94. คำสุภาษิต ใคร ๆ ไม่อาจสงวนสิทธิ์: ธรรมชาติเป็นเจ้าของ
95. สุภาษิตเป็นธงชัยที่มุ่งหมาย หรือที่ปรากฏตัว ของฤษีทั้งหลาย
96. ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น
97. สุภาษิตหลุดออกมาจากปากของคนบ้าก็ยังมี สังเกตดูให้ดี ๆ เพราะธรรมชาติดันให้ออกมา
98. คำสุภาษิตที่ท่านรู้สึกว่าตื้น ๆ ชืด ๆ นั่นแหละ อาจจะเป็นเพราะลึกเกินไป สำหรับท่านก็ได้
99. จัดเป็นอมตภาษิต เพราะใช้ได้ตลอดกาลนิรันดร
100. ระวัง คำที่ถือกันว่าเป็นสุภาษิต ๆ พูดไว้ผิด ๆ ก็ยังมี เพราะมิใช่ออกมาจากธรรมชาติ

101. สุภาษิตเป็นปกาศิตและลิขสิทธิ์ของธรรมชาติ
102. ถ้าท่านทำใจร้อน ก็จะต้องร้อนใจในภายหลัง อย่างไม่มีทางหลีก
103. ถ้าท่านทำมักง่าย ก็เท่ากับทำลายสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่นั่นเอง
104. ถ้าท่านเห็นแก่กิน ไม่เท่าไรท่านก็จะไม่มีอะไรจะกิน
105. ถ้าท่านพูดพล่อย ๆ ก็คือท่านเปิดรูรั่ว ให้เกียรติยศของท่าน ค่อย ๆ รั่วจนหมดไป
106. ถ้าท่านสบายเมื่อหนุ่ม ท่านต้องรู้จักจัดรู้จักคุ้ม ให้สบายไปจนแก่
107. ถ้าท่านทำตามใจชอบ ต้องดูให้ดีเสียก่อนว่า กิเลสชอบ หรือธรรมะชอบ
108. ถ้าท่านเห็นแก่ธรรม ก็จะไม่เห็นแก่ตน, ถ้าเห็นแต่ตน ก็จะไม่เห็นแก่ธรรม
109. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป
110. ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ก็อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง

111. ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้สำเร็จ
112. ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม ก็จะมีแต่พบกับความเดือนร้อน
113. ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก ก็จงเตรียมตัวสำหรับพบกับความทุกข์อย่างมหันต์
114. ถ้าท่านขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย โดยไม่ทันรู้
115. ถ้าท่านมีความงก ท่านก็จะได้เป็นยาจกในเรือนเศรษฐี
116. ถ้าท่านมีเมตตากรุณา ท่านก็จะมีมิตรสหายญาติกา ไปทั้งบ้าน
117. ถ้าท่านมีเมตตาเกินประมาณ ก็จะพบคนอันธพาล ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
118. ถ้าท่านคิดถึงแต่ความหลัง ท่านก็รังจะพบแต่ความเศร้า
119. ถ้าท่านมีแต่ความมัวเมา จะพบแต่ความปวดร้าว อย่างนิรันดร
120. ถ้าท่านทำดีเพื่อเด่น ก็จะถูกเขารุมกันเขม่น แม้จากญาติมิตรของตนเอง

121. ถ้าท่านหวังพึ่งแต่คนอื่น ก็มีวันที่จะต้องกลืนน้ำตาตนเอง
122. ถ้าท่านดำเนินชีวิตขาดความพอดี ความเป็นหนี้ก็จะเข้ามาเพิ่มให้ท่าน
123. คนที่ไม่รู้จักระวังเวลา ถ้าไม่เป็นคนบ้า ก็นเป็นพระอรหันต์
124. การโกรธคนอื่นเขา ก็เท่ากับจุดไฟเผาตัวเอง เสียก่อนแล้วตั้งนาน
125. อารมณ์ไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความโง่ ความเป็นเปรตหิวโซ ก็เกิดขึ้น
126. จะจบเกมทั้งหมดทั้งสิ้นของชีวิต ก็ต่อเมื่อมีการมองเห็นชีวิต ว่าเป็นของไม่ใช่ตน
127. ถ้าทำตัวเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว โลกนี้ก็จะไม่มีผู้ให้ เหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
128. ถ้าทำบ้านให้แข็งแรงแน่นหนากว่ารากฐาน ไม่เท่าไรบ้านก็จะเอาหัวลง
129. ถ้ากินอยู่เกินพอดี ไม่กี่ปีก็ต้องกันวาตาเป็นอาหาร
130. ถ้ามั่วสุมอยู่กับอบายมุข ไม่เท่าไรก็ต้องไปขลุก อยู่ในอบาย ได้ด้วยตนเอง

131. ถ้าทำหูเบาใจเบา ชีวิตของเราก็จะเป็นนุ่นปลิวไปตามลม จนตามจับกันไม่หวาดไหว
132. ถ้าพูดโดยไม่คิด มันจะกลายเป็นยาพิษ กลับมาหาท่าน อย่างสุดที่จะป้องกัน
133. ถ้าไม่มีความทุกข์แล้ว จะสร้างความสุขขึ้นบนรากฐานอะไร จงขอบใจความทุกข์กันเสียบ้าง
134. ถ้าไม่ยอมปล่อยวางอะไรกันเสียเลย ในที่สุดเรือนร่างก็จะทนไม่ไหว มือหรือแขนก็จะขาดออกไป
135. ถ้าจะหาความสุข จากความเพลิดเพลินมัวเมา ก็จะเท่ากับหาตัวเราในกระจก
136. ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ ก็อย่าใช้คำว่าตวาดด่าทอเขา ให้อำนาจของเราร่อยหรอไป
137. ถ้าอยากเป็นคนเด่นคนดัง ก็ต้องเลิกหวังในความสงบ ซึ่งมันอยู่ด้วยกันไม่ได้
138. กินอยู่เท่าที่มี ดีกว่าไปเป็นหนี้เขา เพื่อเอามากินเติบ
139. เป็นสุขในการงาน ดีกว่าสุขสำราญอยู่ในบ่อน แต่มันก็ยากที่จะรู้จัก
140. แสวงหาเงินจากการงาน เป็นการแน่นอน และจะได้มาก่อนการเสี่ยงโชคบนบานบวงสรวง

141. กินอยู่แต่พอดี แม้ผีจะหัวเราะ ก็ยังดีกว่ากินดีอยู่ดี จนผีกลัว
142. การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรม ยิ่งกว่าการต่อสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย
143. หญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจรักเขา สังเกตให้มากกว่าเก่าอีก ๓ เท่า จึงจะปลอดภัย
144. การสร้างอนุสาวรีย์ที่แท้จริง มิใช่ความประสงค์ของเขา แต่เป็นของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเขา
145. ความกล้าที่ความกลัวหรือความจำเป็นบังคับให้เกิดขึ้น ก็คือความวิกลจริตชนิดหนึ่ง
146. เศรษฐีมีเงิน จะชั่วช้าสามานย์ปานใด ก็ยังมีคนนับถือ, แม้ผีเรือนบ้านเศรษฐีนั้นก็ตาม
147. สอนตัวเองให้ได้เสียก่อน จึงค่อนสอนท่าน จะไม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สกปรก
148. อย่าทรยศขบถใคร เพราะทำไปก็เท่ากับ ทรยศขบถเกียรติยศของตนเอง
149. พอมีอำนาจราชศักดิ์ ก็มีโอกาสที่จะทุจริตได้ง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้องระวังให้ดี
150. ถ้าขายังไม่แข็ง แม้จะมีแรง ก็อย่าเพ่อลุกขึ้น มันจะเสียแรงเปล่า

151. การหลีกเลี่ยงเมื่อไม่มีหนทางสู้ นั่นก็คือการสู้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรจะรู้จักไว้
152. แม้จะมีเหรียญตราเต็มอก ก็รกเสียเปล่า ถ้าเขาไม่รู้จักรักศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ก็ยังมีอยู่โดยมาก
153. ไม่มีอะไรน่าเกลียด เท่ากับการดัดจริตวางท่าทำให้น่ารัก ชนิดตบตาผู้อื่น
154. อาจหาญกับอาหาร ต่างฝ่ายต่างเป็นปัจจัยแก่กันและกัน สำคัญอยู่ที่ใช้มันให้ถูกต้อง
155. ยิ่งทำเด่น ยิ่งถูกคนเขาเขม่น และคอยสมน้ำหน้า เมื่อความเด่นพังทลายลง, ระวังไว้เถิดคนชอบเด่น
156. ผู้ชายแคล่วคล่อง ผู้หญิงว่องไว เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า ของครอบครัว โดยไม่ต้องขัดแย้งกัน
157. ดูจากจำนวนคนทำบุญอยากไปสวรรค์ ถ้าจริงตามนั้น ไม่เท่าไรสวรรค์ก็จะแน่นอัด ยิ่งกว่าปลาซาดีนในกระป๋อง
158. อย่าคิดว่า คนหน้าซื่อแล้วใจจะซื่อด้วย อาจจะเซ่อ หรือถึงกับทรามก็ได้ อย่าดูกันแต่เพียงเท่านั้น
159. คนเราต้องฉลาดแต่พอดี และในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น ที่จะเจริญและเอาตัวรอดได้, เรามันฉลาดกันจนเฟ้อ
160. ความกล้าหาญ ของคนมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะจัดเป็นวีรกรรมอันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นเรื่องของคนบ้าบิ่น

161. เครื่องแต่งตัวและเนื้อตัวที่สะอาด มิได้หมายความว่าใจจะสะอาดด้วยเสมอไป ดังนั้นอย่าดูกันภายนอก
162. ผู้ที่ดีแต่คอยฉกฉวยยื้อแย่งทรัพย์สินของผู้สุจริตนั้น ไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้ อีก ๓ เท่า
163. วันเวลาที่ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านได้ดีที่สุด นั่นแหละคือวันฤกษ์ดียามดีที่สุด สำหรับท่าน อย่าไปดูหมอให้เสียเวลา
164. ควรทุ่มเทสติปัญญามานะพยายามให้ถึงที่สุด ในเมื่อดำรงตนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว
165. ในความเป็นคนกักขฬะหยาบช้าป่าเถื่อนนั้น จะหาอะไรดีแก่ตนเองและผู้อื่น แม้สักอณูเดียวก็ไม่ได้
166. ถ้าอยู่ในฐานะที่จะหลีกทางให้ไม่ได้จริง ๆ ก็จงยินดีเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ที่ประดังกันเข้ามา
167. ในบ้านเมืองที่ยิ่งเจริญ ก็ยิ่งมีความโหดร้ายทารุณที่ซ่อนเร้นอยู่ ยิ่งกว่าในป่า ที่ไร้ความเจริญ
168. ลิงจะแต่งเนื้อแต่งตัวเท่าไรอย่างไร ใคร ๆ ก็ยังรู้ว่าลิง อยู่นั่นเอง แม้แต่เด็กทารก
169. ถ้าท่านเหยียบงู ก็เท่ากับท่านทำให้มันรู้สึกว่า ท่านท้าทายให้มันกัดท่าน ดังนั้นระวังไว้ดีกว่า
170. เหรียญตราเต็มหน้าอก ก็ควรจะเป็นเครื่องราง ป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง ได้มากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น

171. ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ถ่ายทอดกันมาผิด ๆ ก็มีมาก ไม่น้อยกว่าข่าวลือ
172. “ไม่ได้กิน” กับ “ กินไม่ได้” นั้นมีอาการและความหมายต่างกันมาก แต่ก็มีผลเท่ากัน คือ ตายด้วยกัน
173. ภายในครอบครัว มีความเป็นกันเองมากเกินไป จนความสุภาพเหลืออยู่น้อยที่สุด, ทำไมไม่สังเกต
174. หลีกทางให้เขา ก็คือหลีกทางให้เราพ้นจากอันตรายที่เกิดขึ้น ในที่สุดก็ได้รับผลดีร่วมกัน มิใช่หรือ?
175. พี่เกรงกลัวกฎหมาย น้องไม่กลัว ก็เป็นอันว่า คลานตามกันมาเพื่อรับผลต่างกัน
176. เขาพูดกันว่า คนค้าขายต้องพูดเท็จ, แต่เราก็เห็นคนไม่ค้าขายบางคน พูดเท็จมากกว่าเสียอีก
177. เขาเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี แต่มีความประพฤติเป็นอันมาก ที่ผู้อื่นทนได้ยาก และทนสุภาพตอบไม่ไหว
178. ในสนามกีฬานั่นแหละ มีน้ำใจแห่งความเป็นนักกีฬา น้อยไปกว่าตามถนนหนทาง ไปเสียอีก, ดูให้ดี
179. มีโมหะในทางความร่าเริง ดูจะดีกว่ามีในทางโศกเศร้า, ดังนั้นควบคุมทิศทางของโมหะ กันเสียบ้างเถิด
180. กินไม่อิ่ม หรือกินจนท้องแตก เหล่านี้เรียกว่า “กินไม่เป็น” โดยเสมอกัน, โดยมากมักเลือกเอาอย่างหลัง

181. เพียงแต่คิดจะเป็นคนดี นั้นยังไม่พอ, ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ด้วย จึงจะพอ
182. เงินนั้นสร้างได้ ทั้งสร้างความดีให้คนดี และสร้างความชั่วให้คนชั่ว, อย่าไปโทษเงินเสียท่าเดียว
183. ความกล้าหาญของคนป่าเถื่อน มาจากความหวาดกลัว ดังนั้นจึงมีความดุร้ายเข้าไปปนอยู่ด้วย
184. การฟังความข้างเดียว อย่างดีที่สุดก็ได้ความเพียงครึ่งเดียว, หรืออาจไม่ได้ความเสียเลยก็มี
185. ถ้ามันเป็นความสกปรก ลามกไม่น่าดู ก็อย่าไปพยายามทำให้เป็นสิ่งที่น่าดู, มันจะเปลืองเปล่าไปเสียทุกอย่าง
186. คนบ้ากับคนเมา มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย
187. แม้จะมีดีอวด ก็อย่าไปอวดให้หมดดี, แต่ที่พูดไม่ดี ถึงจะฟังดี ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
188. ความรู้ครึ่ง ๆ กลางๆ ทำความเสียหายให้ มากกว่าความไม่รู้ มิใช่เสียหายเพียงครึ่งเดียว
189. การสมรสแต่งงานเพื่อความมีหน้ามีตา กับเพราะความเห็นประโยชน์อันแท้จริง นั้นมีผลต่างกันอย่างตรงกันข้าม
190. แม้มันจะแสดงว่าหมดหวัง หรือทำไมได้ คนเราก็ยังหวัง จะให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีหวัง แทนที่จะเลิกหวัง

191. สิ่งที่เราทุกคน จะต้องระมัดระวังกันอย่างที่สุด นั้นคือภาวะของความ “โง่เท่าเดิม”
192. สิ่งที่ต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดินนั้นคือ ภาวะของ “คน” กับ “มนุษย์” : พวกหนึ่งเดินลง พวกหนึ่งเดินขึ้น
193. คนมีใจเดินลงต่ำ มนุษย์มีใจเดินขึ้นสูง แล้วจะไม่ต่างกัน ยิ่งกว่าฟ้าและดิน ซึ่งหยุดอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร
194. เมื่อมือทั้งสองข้องยังใช้งานได้อยู่ แล้วก็ยังไม่มีอะไรจะกินอีก นั่นคือภาวะ “คนสิ้นคิด”
195. สมัยที่ต้องตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงานั้น คนเขารู้จักหน้าตาของตัวเอง ดีกว่าสมัยมีกระจกเงาของเรา
196. ระวัง! ตัวเองหลอกตัวเอง เสียหายกว่าผู้อื่นหลอก ตั้งร้อยเท่าพันเท่า, แต่ก็ไม่มีใครระวัง
197. แม้คูข้างถนน ก็อาจกลายเป็นเหวลึก ของคนเมาหรือคนประมาท ขึ้นมาเมื่อไรก็ได้, ดังนั้นอย่าประมาท
198. ผู้ที่ถูกจองจำในคุกในตาราง ก็มิได้เป็นคนผิดเสมอไปในชาตินี้, แต่ต้องคิดถึงชาติก่อน ๆ ของเขาด้วย
199. จำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรเลิก เลิกสิ่งที่ควรเลิก, มิฉะนั้น จะเป็นคนจมอยู่ในนรกตลอดเวลา
200. สูเจ้าก็เหมือนใครอื่น ใครอื่นก็เหมือนสูเจ้า ในการที่จะต้องไต่เต้า ไปตามผลแห่งกรรมของตน, รู้จักรักกันไว้เถิด

201. การแสดงบทบาทแห่งละครในสมาคมชั้นสูง ล้วนแต่เป็นผู้แสดงในระดับดาราด้วยกันทั้งนั้น
202. การสวมหน้ากากเข้าหากัน กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้ว ในโลกแห่งสังคมปัจจุบัน
203. คนทั่วไป สมัครใจจะเชื่อว่า ตายแล้วเกิดใหม่ โดยไม่ต้องการการพิสูจน์, ก็ยังดีกว่า เชื่อว่าตายแล้วสูญ
204. การทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ เป็นสิ่งที่ควรได้รับอภัยตามสมควรแก่กรณี
205. เพราะโง่งมงาย ไม่ว่าหญิงหรือชาย ก็เท่ากับตายแล้วทั้งเป็น
206. เพราะโง่งมงาย ทำดีมากมาย ก็จะกลายเป็นบาปสิ้น
207. เพราะโง่งมงาย มรดกมากมาย ก็จะกลายเป็นขาดวิ่น
208. เพราะโง่งมงาย มั่งมีเหลือหลาย ก็ต้องกลายเป็นยาจกสิ้น
209. เพราะโง่งมงาย ถือดีจนตาย ไม่มีใครฟังได้ยิน
210. ความงมงายของเขาเอง เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย ที่ทำให้ต้องประกอบพิธีทางไสยศาสตร์

211. ความโง่งมงาย เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย มิใช่ดวงดาว หรือเทพเจ้าผีสางที่ไหน มาบันดาล
212. ในโลกนี้ อะไรจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ อยู่ที่การสมมติของมนุษย์
213. เมื่อชาวโลกสมมติใครว่าเป็นเทวดา เขาก็กลายเป็นเทวดาไป โดยอัตโนมัติ ในโลกของคนเหล่านั้น
214. ยิ้มแย้มกับแขก แต่แยกเขี้ยวกับภรรยาเมื่อลับหลังแขก อย่างกะเป็นยักษ์เป็นมาร
215. บางคนยกยอใคร เพียงเพื่อให้เขายกยอตัว เป็นผลตอบแทนกลับมา
216. ชีวิต นี้เมื่อดูเล่น ๆ ก็เป็นของเล่น เมื่อดูจริง ๆ ก็เป็นของจริง, จงใช้มันให้ถูกต้องตามสมควรแก่กรณี
217. สามี สนองได้ตามที่ภรรยาเสนอ, ถ้าได้ดังว่า ก็เรียกว่าเป็นเทวดาอุ้มสม
218. หญิงสาวทั้งงามและงอน จนกลายเป็นแม่งามงอนนั้น เพราะสวรรค์ให้พรมากกว่าให้งามเฉย ๆ อย่างอนเกินงาม
219. ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ก็ยิ่งสนใจผู้น้อย นั่นแหละคือผู้ใหญ่ที่แท้จริงสมชื่อ
220. ถ้าเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่ ก็ไม่ต้องมีเทวดาที่ไหน มาช่วยอีกแรงหนึ่ง
221. ความสวยกินไม่ได้ แต่มันยิ่งกลายเป็นอาหารตา ที่แพงกว่าอาหารปาก
222. สวยตามธรรมชาติ นั้นประทับจิตสนิทใจ ยิ่งกว่าไฉไลด้วยวิทยาศาสตร์
223. สวยนอกทรามใน มีมากมายทั่วไป ยิ่งกว่าสวยในทรามนอก, รู้จักเลือกให้ดี ๆ
224. โจรภัยสิบครั้ง ยังสูญเสียน้อยกว่าอัคคีภัยหนึ่งครั้ง, อัคคีภัยสิบครั้ง ไม่เท่ากิเลสภัยหนึ่งครั้ง
225. คนเมากับคนบ้า มาสัมมนากันเมื่อไร ก็อาจทำให้คนทั่วไป พลอยเป็นบ้า
226. ลงโทษคนไม่ผิดหนึ่งคน เสียหายแก่ธรรมะ ยิ่งกว่าไม่ได้ลงโทษคนผิดร้อยคน
227. การเตรียมต่อสู้ศัตรู อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็เท่ากับชนะศัตรูแล้วครึ่งหนึ่ง
228. ไม้อ่อนเด็กอ่อน ดัดง่าย, ไม่แก่เด็กแก่ ดัดยาก, ดังนั้น จึงควรดัดเสียแต่ยังอ่อน
229. ความโง่อย่างงมงาย ไม่ร้ายเท่าความฉลาดอย่างงมงมงาย หรืองมงายสองชั้น ระวังให้ดี ๆ
230. คนใหญ่คนโต ต้องเสียผู้เสียคน เพราะลืมความเล็กความน้อยของคนเล็ก ๆ จนทำอะไรผิดไปหมดแก่คนเล็ก ๆ

231. เสียใจก็กินเหล้า ดีใจก็กินเหล้า เฉยๆ ก็กินเหล้า นั้นคือผู้เตรียมตัวไปสู่โลหกุมภี
232. เสียใจก็ร้องไห้ ดีใจก็ร้องไห้ เฉย ๆ ก็ร้องไห้ นั้นคือนางฟ้าที่ถูกตะเพิดไล่ลงมาจากสวรรค์
233. เสียใจก็ด่า ดีใจก็ด่า ไม่มีอะไรก็ด่า คืออสุรกายจอมขลาด จุติมาเกิด
234. เมื่อเป็นพ่อแม่ด้วยตนเองแล้ว จึงจะรู้จักความรักอันแท้จริงของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก
235. หมอดูต้องการความรู้ในการดูหน้าคนแล้วทายใจ มากกว่าการรู้ทางโหราศาสตร์
236. ผู้มีมารยาทแท้ ย่อมไม่ต้องระวังรักษามรรยาทอะไร อีกต่อไป
237. ความโศกเศร้า มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อย่างไร นอกจากทำให้ศัตรูของเขาดีใจ
238. คนขอทาน ไม่ค่อยยอมรับรู้ความอยู่รอดของบ้านเมือง ดังนั้น จึงถูกรังเกียจอยู่ทั่วโลก
239. มนุษย์ ก็ยังไม่สามารถสละสัญชาตญาณ แห่งการเอาอย่างกัน ได้มากกว่าสัตว์เท่าไรนัก
240. บุถุชน มีกำลังมากเพียงไร ก็ยังต้องการกำลังใจจากคนทั่วไป อย่างมากอยู่เพียงนั้น

241. ทางตรงอันโล่งแจ้ง ย่อมดีกว่าทางลัด จงพิจารณาทางตรง ก่อนที่จะคิดหาทางลัด
242. การปิดทองหลังพระ ได้บุญที่บริสุทธิ์แท้จริง ยิ่งกว่าปิดทองหน้าพระ และต่อหน้าคน
243. พ่อหรือแม่แต่ละคน เท่ากับพระองค์หนึ่ง ๆ ของลูก ๆแต่ละคน
244. เมื่อรักษาจิตไว้ไม่ได้ กายก็จะทรุดโทรมลง พร้อมกับจิต
245. ถ้าสันดานชั่ว ยิ่งฉลาดก็ยิ่งชั่วมากขึ้น และจะพังครืนลงโดยเร็ว
246. ถ้าอยู่ด้วยความวิตกกังวล ก็จะแก่เร็ว และตายเสียก่อนแต่ที่จะได้รับผล ตามที่ตนวิตก
247. ถ้าท่านรักการงานยิ่งกว่ารักภรรยา ภรรยาก็ต้องเร่ไปหาคน ที่รักภรรยายิ่งกว่างาน
248. เราจะอยู่หรือจะตาย ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจของพระเจ้า หรือสิ่งสูงสุด โดยเท่ากัน
249. อย่ากลัว! ถ้าท่านไม่สูบไม่ดื่ม ท่านก็จะหาพบสตรีไม่สูบไม่ดื่ม
250. สัตว์ มีความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว อย่างผิดเผินยิ่งกว่าคน

251. อย่าอวดเก่งให้มาก ไปกว่าสติปัญญาความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งมีขอบขีดอันจำกัด
252. แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ก็ยังชอบกิริยาวาจา ที่สุภาพอ่อนหวานของมนุษย์
253. อันธพาล เป็นสัตว์ชนิดที่พบกันที่ไหน ก็จะแฮ่ ๆ เข้าใส่กันที่นั่น
254. เมื่อสตรีเพศ ยังต้องทำหน้าที่คลอดบุตรอยู่ ก็ยังทำหน้าที่ผู้ครองโลกไม่ได้
255. ตัวจากไปก็ให้ความรักความเลื่อมใส เหลืออยู่ในจิตใจของผู้อยู่ข้างหลัง อย่างเต็มที่
256. สัตบุรุษสาธุชน ย่อมไม่ประกอบกรรมอันไม่เป็นมงคลใด ๆ แก่ใคร ๆ ในที่ไหน ๆ ในกาลใด
257. โชคร้าย ไม่ได้มาจากเทวดาผีสางอะไรที่ไหน แต่มาจากความประมาทไม่รอบคอบ ของบุคคลนั้นๆ เอง
258. ไม่มีใครทำอะไร ได้เกินสติปัญญาของตน, ถ้าขืนทำ ก็กลายเป็นขุดหลุมฝังตัวเอง
259. อันธพาล คือผู้ชอบเผชิญความชั่ว วิ่งหนีความดี ยิ่งกว่าหนูวิ่งหนีแมว
260. ราชสีห์กำยำ อยู่ร่วมถ้ำเดียวกันไม่ได้ แม้เพียงสองตัว ไม่ต้องพูดถึงอยู่กันตั้วฝูง

261. หมาสองราง คงมีปัญหาไม่สร่าง ที่จะต้องรู้สึกรัก – โกรธ – เกลียด – กลัว ฝ่ายโน้นที่ฝ่ายนี้ที อยู่ร่ำไป
262. กระต่ายแพ้เต่าในการแข่ง ก็เพราะความหยิ่งและความเขลาในความเร็วของตนเอง ซื่งเร็วกว่าเต่าเป็นไหน ๆ
263. เสือ แม้จะเป็นสัตว์ดุร้าย ก็รักลูกเมียของมัน เท่ากับที่สัตว์อ่อนโยนชนิดอื่น มันรัก
264. งูพิษ ไม่มักกัดเหมือนงูที่ไม่มีพิษ แต่เราก็ไม่ไว้ใจงูพิษ ยิ่งกว่างูธรรมดา
265. อีกา กินไข่ของนกอื่นได้ลงคอ แต่ไข่มันเองมันกินไม่ลง ทั้งที่ไข่นั้น ๆ ก็เหมือนกั
266. หิ่งห้อย แม้จะส่องแสงอยู่ใต้กะลาครอบ แต่มันก็คิดว่ามันส่องทั่วโลก
267. เป็นอีกา อย่าเข้าไปในยูง หรือฝูงหงส์ เพราะเท่ากับเข้าไปฉีกหน้าตัวเอง ไม่ช้าก็เร็ว
268. จามรี สงวนขนจนตัวตาย แต่คนเรามิใช่ยอมเสียสินเพื่อสงวนศักดิ์
269. นกมีหู หนูมีปีก, แต่คนที่ด่ามันเช่นนั้น กลับมีอยู่ทั่วไป ในโลกปัจจุบัน คือเป็นเสียเอง
270. ไม่ค่อยจะมีใครยอมรับว่า เราทุกคนในโลกเป็นญาติกันโดยธรรมชาติ ที่เป็นรากฐานของชีวิต

271. นักมวยซวยเฮง ย่อมเต้นเหยง ๆ เมื่อเขาชูมือให้เป็นผู้ชนะ, เพราะไม่รู้จักสิ่งสมมติ
272. ฝ่าพายุ กลางทะเลหลวงหลุดมาได้ ก็เหมือนกับการเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ฉันใดก็ฉันนั้น
273. ฉลาดอย่างไม่ซื่อ ก็คือฉลาดไปเข้าคุกเข้าตะราง สุดปลายทางก็คือ นรก
274. ถ้าซื่อย่างไม่ฉลาด ก็คือเซ่อ เหมือนคนละเมอเดินไปตกบันไดตาย
275. ธรรมชาติยิ่งดุร้าย ก็ยิ่งทำให้มนุษย์แข็งแรง แต่คนโง่สาปแช่ง แล้ววิ่งหน
276. เหาะด้วยฤทธิ์ หรือเหาะด้วยอากาศยาน ก็ยังเหาะเพื่อรบกัน หรือเอาเปรียบกัน ด้วยกันทั้งนั้น
277. พรุ่งนี้ มีไว้สำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดของวันนี้ มิใช่เพื่อเสริมความผิดพลาด ให้สมบูรณ์เต็มที่
278. ทักทายกันด้วยยิ้ม มีผลดีกว่าทักทายกันด้วยคำพูดที่จัดสรร ไว้สำหรับพูด
279. เงินมีคุณอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างถูกต้อง, มีโทษอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างเขลา ๆ
280. โกรธยากหนึ่งครั้ง มีอิทธิพลมากกว่า โกรธง่ายพันครั้ง, จงระวังโกรธให้เป็น

281. ในกรณีทั่วไป พกหินดีกว่าพกนุ่น, ในกรณีแห่งการคุกรุ่น ก็พกนุ่นดีกว่าพกหิน
282. ในโลกนี้ การติดคุกหรือไม่ติดคุก มิได้เป็นเครื่องวัดความผิดถูก อันแน่นอน
283. การเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ยังมิใช่เครื่องวัดความมีธรรมะ อันเชื่อถือได้
284. การกระทำของตนเอง ก็ยังมิได้ถูกใจตนเองเสมอไป นับประสาอะไร จากการกระทำของผู้อื่น
285. เราล่วงเกินใคร ก็หวังให้เขาให้อภัย, ครั้นใครล่วงเกินเตา เราก็ลืมเรื่องการให้อภัย
286. ความบิ่นบ้ากับความกล้า มักจะเป็นสหายกัน และคล้ายกันเหมือนลูกแฝด จนดูไม่ออก, จงระวังให้ดี ๆ
287. ความสุขสำราญ ที่ไม่มีธรรมะเป็นรากฐาน ก็คือความทุกข์ทรมาน ที่กำลังรอเวลาอยู่
288. ปัจจัยแห่งความสำราญ ที่มีมากเกินประมาณ จะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก
289. ผู้กินอยู่เกินพอดี จงเตรียมตัวไว้ให้เต็มที่ เพื่อพบกับความไม่มีอะไรจะกิน
290. ผู้กินอยู่แต่พอดี มีโอกาสที่จะเกิดความอารี แก่ผู้ที่ไม่มีอะไรจะกิน

291. ลมดี ทำให้เรือแล่นใบ พอกลายเป็นลมร้าย ลมนั้นก็จะคว่ำเรือลำนั้นเสีย
292. พ่อนั้นแหละคือไพรี แม่นั่นแหละคือศัตรู ถ้าเขาเลี้ยงดูลูกไม่ถูกทาง
293. ชนะอย่างอันธพาล ก็คือการแพ้อย่างนักกีฬา, แต่ในสนามกีฬา เขาไม่ถือหลักกันอย่างนี้
294. การรู้เท่าจนเกินการณ์ ก็ให้ผลอย่างเดียวกัน กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
295. จงดำเนินชีวิตของท่าน ไปบนหนทาง ที่ส่องสว่างอยู่ด้วยแสงแห่งพระธรรม
296. เมื่อเราพอใจในอันตราย ที่มีเสน่ห์ฉาบบังไว้จนเราหลงไปว่ามิใช่อันตรายหากแต่เป็นลาภเป็นผลพึงปรารถนา
297. ตายไปโดยไม่มีความลับ ดีกว่ามีความลับติดตัวไป, เพราะเราไม่อาจตบตายมบาล
298. เห็นคนกินน้ำ เรารู้สึกอร่อยด้วยได้, ครั้นน้ำกินคน เราอร่อยด้วยไม่ได้, ยุติธรรมไหม?
299. รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี นั่นมีได้เฉพาะต่อเมื่อความรู้นั้น ประกอบไปด้วยธรรม
300. คนที่พอใจในการกระทำดีของตน อยู่ได้เสมอนั้น เป็นคนอายุยืน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

301. นักกายกรรมลำไม้สูงนั้น กลับลงมาถึงดินเมื่อไร ก็เท่ากับการได้เกิดใหม่เมื่อนั้น
302. มิใช่ว่าเป็นมนุษย์แล้ว จะคิด – พูด – ทำ อย่างมนุษย์ไปเสียทุกอย่าง ทุกคน ก็หามิได้
303. เป็นมนุษย์ แต่อาจจะคิดอย่างอมนุษย์ก็ได้ นั่นแหละคือความสามารถพิเศษ ของจิต
304. เมื่อต้องตกอยู่กลางป่า ก็จงดำรงตนให้เข้ากันได้ กับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ นานา ในป่านั้น
305. นักกีฬา ย่อมแสดงความมีน้ำใจไม่เป็นนักกีฬา อยู่บ่อย ๆ ในสนามกีฬานั่นเอง
306. ผมหงอกอยู่ทุกเส้น จะเป็นเครื่องแสดงความชราแห่งจิตใจ ก็หามิได้
307. ถ้าจะพูดอะไรให้เขาฟัง อย่าพูดด้วยเสียงดังเกินธรรมดา หูเขาจะอื้อฟังไม่ถูก
308. นักล่าสัตว์ ที่มีจิตตวัดไปถึงว่า จะทำลูกสัตว์ให้พลัดแม่ เขาก็จะหยุดล่าสัตว์ได้เอง
309. เต่ากินกล้วยหมดทั้งเปลือกเป็นธรรมดา จึงไม่ถูกด่าจากคนที่เหยียบและลื่นล้ม, คนทุกวันเลวกว่าเต่า

58ธรรมมะสอนใจ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

 58ธรรมมะสอนใจ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง
1.อยู่ให้เขาเบาใจ ยามจากไปให้เขาอาลัยถึง ไม่ใช่อยู่ให้เขาหนักใจ จากไปให้เขาไล่ส่ง

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ -
(อัมพร อมฺพโร)

2. ถ้าคิดได้ให้ช่วยคิด ถ้าคิดไม่ได้ ให้ช่วยทำ
ถ้าทำไม่ได้ ให้ความร่วมมือ ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กำลังใจ
แม้ให้กำลังใจไม่ได้ ให้สงบนิ่ง
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(อมฺพรมหาเถร)

3. คนโกรธง่าย โกรธแรง เป็นคนมีกรรม
โกรธยาก โกรธเบา เป็นคนมีบุญ
พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร
(สมเด็จพระสังมราช สกลมหาสังมปริณายก)

4. ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว
ทำเหตุให้เกิดทุกข์ ก็ได้ความทุกข์
ทำเหตุให้เกิดสุข ก็ได้ความสุข
ทำเหตุให้เกิดความเสื่อม เราก็ได้ความเสื่อม
ทำเหตุให้เกิดความเจริญ เราก็ได้ความเจริญ
เราหนีจากผลที่เราทำไว้ไม่ได้
- หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ -

5.ชั่วดีอยู่ที่การกระทำ ดีชั่วไม่ได้อยู่ที่ดวงที่เวลา
การกระทำของเราที่ทำลงไปนั่นแหละ ทำให้เวลาดีชั่ว
-ปัญญานันทภิกขุ-

6. ลูกหลานเอ๋ย... การทำหน้าที่คือการปฏิบัติธรรม
จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่าได้ทุจริตต่อหน้าที่เลย
-หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ-

7. ศีลธรรม คือเครื่องคุ้มครอง
ถ้าศีลธรรมจากเราไป เราก็ขาดหลักประกัน
เหมือนอยู่บ้านที่ไม่มีหลังคา
-ปัญญานันทภิกขุ-

8. คิดให้รอบคอบจะทำอะไรต้องคิดก่อนว่า
มันถูกหรือผิด มันดีหรือชั่ว
-ปัญญานันทภิกขุ-

9. ผู้ที่มีการรับเอา แต่ไม่มีการให้ นั่นคือผู้ขาดทุน
ส่วนผู้ที่มีการให้โดยมีการรับเอาน้อย
ได้เท่าใด ๆ กลับยิ่งได้กำไรมากเท่านั้น ๆ
-สมณะโพธิรักษ์-

10.คิดดี พูดดี ทำดี เป็นศรีเป็นพรสูงสุดไม่มีพรเทพ พรมนุษย์
เปรียบประดุจ “ความดีที่ทำเอง”
-สมเด็จพระญาณสังวร ฯ-

11. ทุกข์นี่แหละ!! จะทำให้เราฉลาดขึ้นทำให้เกิดปัญญา
สุขนั่นสิ! มันจะปิดหูปิดตาเราความสุขสบายทั้งหลาย
จะทำให้เราประมาท

12.บุคคลที่ทนในสิ่งที่บุคคลที่ทนในสิ่งที่ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก
บุคคลนั้น จะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต
ความอดทน ความขมขื่นจะเกิดขึ้นในเบื้องต้น
ของการทำความดี แต่จะได้รับความชื่นชมในบั้นปลาย
-หลวงปู่แหวน สุจิณโณ-

13. "แก้ตัว" ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" ช่วยได้ทุกอย่าง "แก้แค้น" ที่ดีทีสุด คือหยุดก่อเวรกรรม
โกรธเขา...เราทุกข์ อภัยเขา...เราสุข ----หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
14. โลภ โกรธ หลง มึงอย่าไปหลงงมงายเชียวนะ ถ้ามึงไม่อยู่ในศีลธรรมมึงก็เป็นไปตามกรรมที่มึงสร้างไว้
---หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
15. อย่าเข้าใจผิดว่าคนนิ่งนั้นเป็นคนโง่ การพูดที่ไม่เป็นสาระเป็นการโง่ที่ยิ่งไปกว่า ----ปัญญานันทภิกขุ
16.แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ จงหมั่นทำสติ ให้แก่กล้า สติ ทำอะไรไม่ผิดพลาด ---หลวงปู่ขาว อนาลโย
17.บางคนทำแต่บุญ แต่ไม่ละบาปอันนี้เขาเรียกว่า...เสมอตัวถ้าบุญไม่ทำ ก็ให้ละบาป...อย่างเดียว
อันนั้นแหละโคตรของ...บุญ---- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี 
18. เมื่อทำแต่กรรมดีเรื่อยๆ ไปจนเคยชินแล้วกรรมชั่วมันก็จะละไปเองโดยไม่รู้ตัว--- หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
19. คนที่ควบคุม อารมณ์ได้ คือ..ผู้ชนะ แต่คนที่ใช้ อารมณ์ กับผู้อื่นดูเหมือนจะชนะ แต่ที่จริงแล้วคุณแพ้ ตั้งแต่เริ่มใช้อารมณ์ --- หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
20. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดี ก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้น
จะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูดหรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้นมีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำและขุ่นมัว ---สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
21. จงอย่าทำร้ายตนเอง ด้วยความคิดและอย่าทำร้ายคนใกล้ชิด ด้วยวาจา --- หลวงปู่ศุข เกสโร
22. ใครจะว่าเราดี เราชั่วนั้น ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำของเราต่างหากถ้าหากเขาว่าเราดี
แต่เราไม่ดีจริงก็ไม่มีความหมาย --- หลวงพ่อเกษม เขมโก 
23. ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลังหรือนรกสวรรค์อะไรก็ได้ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ --- หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
24. ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างในโลกนี้เคลื่อนไปสู่
การสลายตัวทั้งสิ้นไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุขละได้ย่อมสงบ --- หลวงปู่ทวด 
25. เราจะวางจิตอย่างไร เมื่อต้องเจอคนที่ทำไม่ดีกับเรา ให้คิดว่าจิตเค้าอยู่ตรงนั้นจิตของเรา มันข้ามไปแล้ว
เค้าทำไม่ดีก็อย่าไปทำเหมือนเค้า --- หลวงปู่เสน ปัญญาธโร
26. เขาจะด่า เขาจะว่า ก็ให้นิ่งท่านว่า คนที่ด่าคือ คนที่ไม่ทำงาน คนที่ทำงาน คือ คนที่ไม่พูดเวรกรรมเป็นของมีจริง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำแต่กรรมดีเถิดจะไม่มีใครทำอะไรเราได้ --- หลวงปู่ทิม อิสริโก
27. ธรรมะคือความกตัญญู แม้นมารดา บิดาสงเคราะห์อนุเคราะห์ บุตรธิดา ก็เป็นบุญเป็นกุศล
บุตรธิดาระลึกได้ถึงความดีของมารดา บิดาแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง --- สมเด็จพระพุฒาจารย์
(เกี่ยว อุปเสโณ)
28. คนเรามันจะดี จะชั่ว มันอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้นต่อให้มีใครชวนลงต่ำถ้าไม่ไปด้วยตัวเองแล้ว
มันจะชั่วได้อย่างไร --- หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
29. ถ้าเราบริหารจัดการความโกรธเกลียดได้พื้นที่ในจิตใจเราก็จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขมากกว่าเป็นพื้นที่
แห่งความทุกข์ --- ท่าน ว.วชิรเมธี 
30. การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่ายแต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยากต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรม
อันบริสุทธิ์จริง --หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
31. มนุษย์ จะทุกข์ได้ ก็เพราะว่ายึดในอดีตฟุ้งในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึงและไม่รู้หน้าที่ในปัจจุบันจึงทำให้ มนุษย์นั้น หาหลัก หาทางไป ไม่เจอ --- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
32. ความเพียรชนะโชคชะตาความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้ ---- พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) 
33. ล้างความชั่วไม่โต้ตอบด้วยความชั่วเอาน้ำสะอาดมาล้างสิ่งสกปรกสถานที่นั้นก็สะอาด
ปราศจากสิ่งชั่วร้าย --- พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) 
34. ใจเราเองยังไม่ถูกใจเราเลยแล้วจะให้คนอื่นมาถูกใจเรามันก็คงเป็นไปได้ยาก ---- โอวาทธรรม หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล 
35. บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยากทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยากบุคคลนั้นจะเข้าถึง
ความสำเร็จของชีวิต ---- หลวงปู่แหวน สุจิณโณ 
36. ไม่ผูกโกรธต่อเขาเรา..ก็จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาเมื่อเราไม่มีความคิดแก้แค้นเวรทุกอย่าง
..ก็สิ้นสุดลง.. ---สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
37. คนที่เกิดมามีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่าเป็นคนมีบุญแต่คนที่เกิดมา แล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า ---สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
38. งานที่สุจริตทุกงานล้วนเป็นงานที่มีเกียรติคนสุจริตทุกคนล้วนเป็นคนที่น่านับถือ --- ท่าน ว.วชิรเมธี
39. ธรรมะไม่ต้อง ไปหา ที่ป่า ที่เขาไม่ต้องไปหาที่ไหนให้หาที่ใจเจ้าของ...--- หลวงปู่แบน ธนากโร 
40. ทำไมคนชั่วยังได้ดีอยู่เสมอเพราะบุญเก่ายังมีผลอยู่ความชั่วในปัจจุบันยังไม่สนองแต่เมื่อบุญเก่า
หมดเมื่อไร บาปที่ทำไว้จะให้ผลทันที --- หลวงปู่ทิม อิสริโก
41. ทำเพื่อตนเองมากไป สังคมของเราเวลานี้ไม่มองเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเราจะมองแต่
ในแง่เขา แง่เรา ---พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
42. ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ดังนั้นอย่ามองอะไรเพียงด้านเดียวเพราะในมุมมืดอาจมีจุดสว่างที่คุณคาดไม่ถึง
และหากที่สุดแล้ว ยังหาทางออกไม่เจออย่างน้อยคุณก็พบกับประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า
และได้เรียนรู้ความจริงของชีวิต ---- หลวงพ่อชา สุภทฺโท
43. มีแต่ใจของสัตว์โลกเท่านั้นที่ไม่สงบและวุ่นวายอยู่แล้วก็ใช้คำพูดว่า..โลกวุ่นวายพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ทำใจให้สงบ เพราะความวุ่นวายมันไม่ใช่เกิดจากโลกมันเกิดจากใจที่ไม่สงบ---- หลวงปู่แบน ธนากโร
44. ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต และเป็นเหตุกระตุ้นเตือน ให้ก้าวไปข้างหน้าพวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรคควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจและเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจของเรามากๆ เราจะให้อภัยซึ่งกันและกันได้มากขึ้นเมื่อมีการอภัยให้กันได้มากขึ้นความตึงเครียดในใจก็จะไม่มี ----สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก
45. เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้วก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกันต้องใคร่ครวญพิจารณา
ให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเองก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น ---สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
46. การขับรถอย่างระมัดระวังไม่ประมาทสำคัญกว่าการเจิมอย่างโบราณท่านว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือก็ชนกันตายการขับรถจะต้องดูทาง ถ้ามันคดโค้งจะต้องระมัดระวัง ----หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
47. ยิ่งให้ ยิ่งได้ อันนี้เป็นหลักการที่เราควรจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นึกทุกวันว่า วันนี้เราจะทำประโยชน์อะไรแก่ใครได้บ้างแล้วก็ทำ ---- หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ 
48. ผู้ใดทำใจให้ถึงความเป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง-หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
49. ผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์คนละความชนะและความแพ้ได้แล้วสงบใจได้ย่อมนอนเป็นสุข
--- หลวงปู่ศุข เกสโร
50. จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอาแม้จะแก่เฒ่าชราลงไปร่างกายจะถอยกำลังอ่อนแอลง
แต่จิตใจและปัญญาก็เข้มแข็งอยู่ได้จิตใจและปัญญาที่พัฒนาดีแล้วนั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต
---พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
51. ความดีที่สมบูรณ์แบบถ้าเรามีศีลมีสมาธิมีปัญญานี่เราได้ทำความดีสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
---ท่าน ว.วชิรเมธี
52 . ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่
ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น ----หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
53. ถ้าอะไร เราไม่ได้ทำไว้ อยากได้ มันก็ไม่มาถ้าได้ทำไว้แล้ว สร้างไว้แล้วไม่อยากได้ มันก็ได้ นี่แหละ "บารมี"
---หลวงปูฝั้น อาจาโร
54. ยิ่งเอามันยิ่งอดยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้ ----หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
55. ในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เราจะเป็นทุกข์ เพราะสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากทั้งนั้น
สิ่งเหล่านี้ ทุกคนต้องเจอ นี่คือแก่นแท้ ---- หลวงปู่แบน ธนากโร 
56. โลกของเรามีความสุขที่แท้จริง มีความทุกข์ที่แท้จริงหรือไม่ตอบว่า มีเพราะโลกเรามีทั้งสุขและทุกข์
และไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งสองอย่างเกิดได้กับทั้งกายและใจ เพียงแต่ไม่เที่ยงไม่เหมือนความทุกข์ยั่งยืนกว่าและความทุกข์นั้นบางอย่างดูเที่ยงแท้กว่ากันมาก ----หลวงปู่เสน ปัญญาธโร
57. เราทำมาหากิจ ก็จงทำกิจโดยซื่อสัตย์สุจริต มีความอุตสาหะ หมั่นเพียรอย่าได้คิดเบียดเบียน
คนอื่นให้เกิดความเดือดร้อน --- หลวงปู่ศุข เกสโร
58. อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ ให้ทำตนเป็นแบบปกติธรรมดา ๆ นี่แหละดีที่สุด
เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้วเมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเรา ไม่นับถือ ให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม ---- ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวร

36 คำสอนธรรมะจากเกจิอาจารย์หลายสำนัก

 การทำงานต้องพบเจอกับเรื่องยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นงานที่รับผิดชอบโดยตรง หรือที่ในส่วนต้องเกี่ยวข้อง เพื่อให้ภาระที่รับผิดชอบเหล่านั้นผ่านพ้นไปได้ นอกจากการทำงานที่เป็รระบบระเบียบทางความคิดและการกระทำแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคติและแนวคิด ที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น36 คำสอนธรรมะจากเกจิอาจารย์หลายสำนักให้ได้ยึดถือ เพื่อนำไปปฎิบัติ สำหรับคนทำงาน  

ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร

อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ ให้ทำตนเป็นแบบปกติธรรมดา ๆ นี่แหละดีที่สุด เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้วเมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเรา ไม่นับถือ ให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม  

หลวงปู่ศุข เกสโร

เราทำมาหากิจ ก็จงทำกิจโดยซื่อสัตย์สุจริต มีความอุตสาหะ หมั่นเพียรอย่าได้คิดเบียดเบียนคนอื่นให้เกิดความเดือดร้อน

จงอย่าทำร้ายตนเอง ด้วยความคิดและอย่าทำร้ายคนใกล้ชิด ด้วยวาจา

ผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์คนละความชนะและความแพ้ได้แล้วสงบใจได้ย่อมนอนเป็นสุข

หลวงปู่เสน ปัญญาธโร

โลกของเรามีความสุขที่แท้จริง มีความทุกข์ที่แท้จริงหรือไม่ตอบว่า มีเพราะโลกเรามีทั้งสุขและทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งสองอย่างเกิดได้กับทั้งกายและใจ เพียงแต่ไม่เที่ยงไม่เหมือนความทุกข์ยั่งยืนกว่าและความทุกข์นั้นบางอย่างดูเที่ยงแท้กว่ากันมาก 

เราจะวางจิตอย่างไร เมื่อต้องเจอคนที่ทำไม่ดีกับเรา ให้คิดว่าจิตเค้าอยู่ตรงนั้นจิตของเรา มันข้ามไปแล้ว

เค้าทำไม่ดีก็อย่าไปทำเหมือนเค้า

หลวงปู่แบน ธนากโร

ในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เราจะเป็นทุกข์ เพราะสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ ทุกคนต้องเจอ นี่คือแก่นแท้

ธรรมะไม่ต้อง ไปหา ที่ป่า ที่เขาไม่ต้องไปหาที่ไหนให้หาที่ใจเจ้าของ

มีแต่ใจของสัตว์โลกเท่านั้นที่ไม่สงบและวุ่นวายอยู่แล้วก็ใช้คำพูดว่า..โลกวุ่นวายพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ทำใจให้สงบ เพราะความวุ่นวายมันไม่ใช่เกิดจากโลกมันเกิดจากใจที่ไม่สงบ

หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

ยิ่งเอามันยิ่งอดยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้

การขับรถอย่างระมัดระวังไม่ประมาทสำคัญกว่าการเจิมอย่างโบราณท่านว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือก็ชนกันตายการขับรถจะต้องดูทาง ถ้ามันคดโค้งจะต้องระมัดระวัง 

การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่ายแต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยากต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรอันบริสุทธิ์จริง

คนเรามันจะดี จะชั่ว มันอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้นต่อให้มีใครชวนลงต่ำถ้าไม่ไปด้วยตัวเองแล้วมันจะชั่วได้อย่างไร

โลภ โกรธ หลง มึงอย่าไปหลงงมงายเชียวนะ ถ้ามึงไม่อยู่ในศีลธรรมมึงก็เป็นไปตามกรรมที่มึงสร้างไว้

บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มีได้ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้

หลวงปูฝั้น อาจาโร

ถ้าอะไร เราไม่ได้ทำไว้ อยากได้ มันก็ไม่มาถ้าได้ทำไว้แล้ว สร้างไว้แล้วไม่อยากได้ มันก็ได้ นี่แหละ "บารมี"

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

คนที่ควบคุม อารมณ์ได้ คือ..ผู้ชนะ แต่คนที่ใช้ อารมณ์ กับผู้อื่นดูเหมือนจะชนะ แต่ที่จริงแล้วคุณแพ้ ตั้งแต่เริ่มใช้อารมณ์ 

คนดีไม่ใช่คนที่ไม่เคย ทำผิด แต่คนดีคือคนที่สำนึกผิดและเลิกทำ

ท่าน ว.วชิรเมธี

ความดีที่สมบูรณ์แบบถ้าเรามีศีลมีสมาธิมีปัญญานี่เราได้ทำความดีสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

ถ้าเราบริหารจัดการความโกรธเกลียดได้พื้นที่ในจิตใจเราก็จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขมากกว่าเป็นพื้นที่แห่งความทุกข์

งานที่สุจริตทุกงานล้วนเป็นงานที่มีเกียรติคนสุจริตทุกคนล้วนเป็นคนที่น่านับถือ 

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอาแม้จะแก่เฒ่าชราลงไปร่างกายจะถอยกำลังอ่อนแอลงแต่จิตใจและปัญญาก็เข้มแข็งอยู่ได้จิตใจและปัญญาที่พัฒนาดีแล้วนั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต

ทำเพื่อตนเองมากไป สังคมของเราเวลานี้ไม่มองเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเราจะมองแต่ในแง่เขา แง่เรา

ความเพียรชนะโชคชะตาความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้วก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกันต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเองก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก

ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต และเป็นเหตุกระตุ้นเตือน ให้ก้าวไปข้างหน้าพวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรคควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจและเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจของเรามากๆ เราจะให้อภัยซึ่งกันและกันได้มากขึ้นเมื่อมีการอภัยให้กันได้มากขึ้นความตึงเครียดในใจก็จะไม่มี

ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดี ก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้น จะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูดหรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้นมีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำและขุ่นมัว

คนที่เกิดมามีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่าเป็นคนมีบุญแต่คนที่เกิดมา แล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ผู้ใดทำใจให้ถึงความเป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

เมื่อทำแต่กรรมดีเรื่อยๆ ไปจนเคยชินแล้วกรรมชั่วมันก็จะละไปเองโดยไม่รู้ตัว

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ยิ่งให้ ยิ่งได้ อันนี้เป็นหลักการที่เราควรจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นึกทุกวันว่า วันนี้เราจะทำประโยชน์อะไรแก่ใครได้บ้างแล้วก็ทำ

ล้างความชั่วไม่โต้ตอบด้วยความชั่วเอาน้ำสะอาดมาล้างสิ่งสกปรกสถานที่นั้นก็สะอาดปราศจากสิ่งชั่วร้าย 

อย่าเข้าใจผิดว่าคนนิ่งนั้นเป็นคนโง่ การพูดที่ไม่เป็นสาระเป็นการโง่ที่ยิ่งไปกว่า

ความเสียสละเป็นทางของความสงบ ความอยากได้จนเกินพอดี เป็นทางมาของความโกลาหลวุ่นวาย

หลวงพ่อชา สุภทฺโท

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ดังนั้นอย่ามองอะไรเพียงด้านเดียวเพราะในมุมมืดอาจมีจุดสว่างที่คุณคาดไม่ถึงและหากที่สุดแล้ว ยังหาทางออกไม่เจออย่างน้อยคุณก็พบกับประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าและได้เรียนรู้ความจริงของชีวิต

หลวงปู่ทิม อิสริโก

ทำไมคนชั่วยังได้ดีอยู่เสมอเพราะบุญเก่ายังมีผลอยู่ความชั่วในปัจจุบันยังไม่สนองแต่เมื่อบุญเก่าหมดเมื่อไร บาปที่ทำไว้จะให้ผลทันที

เขาจะด่า เขาจะว่า ก็ให้นิ่งท่านว่า คนที่ด่าคือ คนที่ไม่ทำงาน คนที่ทำงาน คือ คนที่ไม่พูดเวรกรรมเป็นของมีจริง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำแต่กรรมดีเถิดจะไม่มีใครทำอะไรเราได้

สมเด็จพระญาณสังวร

ไม่ผูกโกรธต่อเขาเรา..ก็จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาเมื่อเราไม่มีความคิดแก้แค้นเวรทุกอย่าง..ก็สิ้นสุดลง..

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยากทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยากบุคคลนั้นจะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต

"แก้ตัว" ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" ช่วยได้ทุกอย่าง "แก้แค้น" ที่ดีทีสุด คือหยุดก่อเวรกรรมโกรธเขา...เราทุกข์ อภัยเขา...เราสุข 

หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล

ใจเราเองยังไม่ถูกใจเราเลยแล้วจะให้คนอื่นมาถูกใจเรามันก็คงเป็นไปได้ยาก

สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

มนุษย์ จะทุกข์ได้ ก็เพราะว่ายึดในอดีตฟุ้งในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึงและไม่รู้หน้าที่ในปัจจุบันจึงทำให้ มนุษย์นั้น หาหลัก หาทางไป ไม่เจอ

บางคนทำแต่บุญ แต่ไม่ละบาปอันนี้เขาเรียกว่า...เสมอตัวถ้าบุญไม่ทำ ก็ให้ละบาป...อย่างเดียวอันนั้นแหละโคตรของบุญ

หลวงปู่ขาว อนาลโย

แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ จงหมั่นทำสติ ให้แก่กล้า สติ ทำอะไรไม่ผิดพลาด

ปิดปากไว้ไม่พูดไม่จา ดีกว่าไปนินทาคนอื่น อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล

หลวงปู่ทวด

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างในโลกนี้เคลื่อนไปสู่การสลายตัวทั้งสิ้นไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุขละได้ย่อมสงบ

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลังหรือนรกสวรรค์อะไรก็ได้ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ

หลวงพ่อเกษม เขมโก

ใครจะว่าเราดี เราชั่วนั้น ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำของเราต่างหากถ้าหากเขาว่าเราดีแต่เราไม่ดีจริงก็ไม่มีความหมาย

หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดทำ ถ้าพูดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดพูด ถ้าคิดอะไรแล้วเป็นทุกข์ก็หยุดคิด

พุทธทาสภิกขุ

ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้

จงยินดีเผชิญหน้ากับปัญหาและทุกสิ่งด้วยสติและปัญญา

อยู่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกว่าเราดีเด่นดังอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าเราเป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง นั้นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

เราสร้างความดีกับใคร เราก็ดีใจ ถึงเขาไม่รู้ เราก็รู้

อย่าเอากิเลสของคนอื่นมาใส่ตัว รู้ความชั่วของคนอื่นแล้วมาใส่สมองวุ่นวายตัวเองเปล่าๆ

พระครูญาณวิศิษฏ์

หูเราก็มี 2 หู ปากก็มีปากเดียว แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย

เปิดโปงความชั่วของโน้ตนุ่นจี้คุณทวีและภรรยาคุณทวี

คุณแม่ได้เตรียมหลักฐานและพยานในการแจ้งความกลับดำเนินคดีหลายข้อหาดังต่อไปนี้ คุณทวีและภรรยา สร้างความน่ารำคาญกับเพื่อนบ้านเพราะในช่วงที่โน้ตแ...