33. ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความเจริญ
วาทะธรรมของ ท่านพุทธทาสภิกขุ บทนี้
เป็นการสะท้อนภาพ "วงจรย้อนกลับ" ของ
สังคมที่น่าคิดครับ ท่านชี้ให้เห็นว่ามนุษย์มัก
ติดกับดักความสะดวกสบายจนหลงลืมแก่น
แท้ของจิตใจ:
- ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุ: เมื่อ
- เทคโนโลยีและวัตถุพัฒนาไปไกล มนุษย์
- จะเริ่มสะสมและปรนเปรอตัวเองด้วยสิ่งของ
- มากขึ้นจนกลายเป็นความหลงใหลคลั่งไคล้
- ยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความเจริญ: เมื่อ
- จิตใจตกอยู่ในกระแสวัตถุนิยม เราจะเปลี่ยน
- ไม้บรรทัดในการวัดค่าของชีวิต โดยมอง
- ว่าการมีสิ่งของล้นเกินคือ "ความสำเร็จ"
- และความก้าวหน้า ทั้งที่จริงๆ อาจเป็นการ
- สร้างปัญหาและภาระทางใจ
สรุปแก่นธรรม: ท่านต้องการให้เรา ตื่น
รู้ และไม่ตกเป็นทาสของวัตถุจนขาดศีลธรรม
เพราะหากเราเจริญแต่ภายนอกแต่จิตใจ
เสื่อมถอย โลกจะยิ่งวุ่นวายและ "ดุเดือดด้วย
เลือดอาบ" จากความเห็นแก่ตัวและการ
เบียดเบียนกัน
ปณิธาน 3 ประการ
ปณิธาน 3 ประการ คือเป้าหมายหลักที่ ท่าน
พุทธทาสภิกขุ ยึดถือและปฏิบัติมาตลอดชีวิต
เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนให้แก่โลก ดังนี้
พยายามเข้าถึงหัวใจศาสนาของตน:
สนับสนุนให้พุทธบริษัท (หรือผู้นับถือศาสนา
ใดก็ตาม) เข้าถึงแก่นแท้หรือ "หัวใจ" ของ
ศาสนาตัวเอง ไม่ติดอยู่เพียงเปลือกนอก
พิธีกรรม หรือความงมงาย
พยายามทำความเข้าใจระหว่างศาสนา: มุ่ง
เน้นการสร้างไมตรีจิตและความเข้าใจอันดี
ระหว่างศาสนาต่างๆ เพื่อขจัดความขัดแย้ง
และร่วมมือกันแก้ปัญหาของโลกในฐานะ
เพื่อนมนุษย์
พยายามนำโลกออกมาเสียจากวัตถุนิยม:
ตามที่คุณยกมาตอนต้นเลยครับ คือการดึง
มนุษย์ออกจากความหลงใหลในวัตถุที่เกิน
ความจำเป็น เพราะวัตถุนิยมเป็นบ่อเกิดของ
ความเห็นแก่ตัวและความวุ่นวายในสังคม
สรุปสาระสำคัญ
ท่านเชื่อว่าหากคนเรา เข้าถึงหัวใจศาสนา
(ข้อ 1) ก็จะสามารถ เข้าใจเพื่อนต่างศาสนา
(ข้อ 2) ได้โดยปริยาย และเมื่อจิตใจสูงขึ้นก็
จะ เลิกบ้าวัตถุ (ข้อ 3) ทำให้โลกสงบสุข
อย่างแท้จริง
นำโลกออกมาจากวัตถุนิยม
การ "นำโลกออกมาจากวัตถุนิยม" เป็น
ปณิธานข้อที่ 3 ที่ท่านพุทธทาสเน้นย้ำมาก
ที่สุดในช่วงท้ายของชีวิต เพราะท่านเห็นว่า
"วัตถุนิยม" คือรากเหง้าของปัญหาเกือบทุก
อย่างในสังคมปัจจุบัน
ท่านไม่ได้บอกให้เราทิ้งข้าวของหรือไปอยู่
ในถ้ำ แต่ท่านสอนให้เรามี "มุมมองใหม่" ต่อ
วัตถุ ดังนี้
1. แยกให้ออกระหว่าง "จำเป็น" กับ "ส่วน
เกิน"
ปัจจัย 4: เราต้องการอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่
อยู่อาศัย และยารักษาโรค เพื่อให้ชีวิตอยู่
รอดและปฏิบัติธรรมได้
กามารมณ์/ส่วนเกิน: คือการมีเพื่อ "โชว์" เพื่อ
"ปรนเปรออัตตา" หรือเพื่อความสนุกสนานที่
ไม่มีวันจบสิ้น ท่านเรียกสิ่งนี้ว่า "เหยื่อ" ที่เบ็ด
ล่อให้เราติดกับ
2. กิน-อยู่ อย่าง "พอดี" (สันโดษ)
ท่านเสนอแนวคิดเรื่อง "ชีวิตเรียบง่าย ใจสูง"
(Simple Living, High Thinking)
ชีวิตเรียบง่าย: ใช้สอยวัตถุเท่าที่จำเป็น ไม่
เป็นภาระต่อโลกและตัวเอง
ใจสูง: เอาเวลาและความสนใจที่เหลือจาก
การวิ่งไล่ตามวัตถุ ไปพัฒนาจิตใจและการทำ
ประโยชน์เพื่อผู้อื่น
3. มองเห็นโทษของความ "บ้าวัตถุ"
ท่านชี้ให้เห็นว่า เมื่อโลกบ้าวัตถุ ผลที่ตามมา
คือ:
ความเห็นแก่ตัว: เพราะต้องแย่งชิงทรัพยากร
กัน
ความเครียด: เพราะต้องทำงานหนักเพื่อ
หาเงินมาซื้อสิ่งที่ไม่ได้จำเป็นจริงๆ
การทำลายธรรมชาติ: เพื่อนำมาสร้างวัตถุ
ตอบสนองตัณหา
แนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน (สไตล์พุทธทาส)
หากเราจะช่วย "นำโลกออกมาจากวัตถุนิยม"
เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา:
ใช้ของด้วยสติ: ก่อนซื้อหรือใช้ ถามตัวเองว่า
"ใช้เพื่อประโยชน์ (Functional)" หรือ "ใช้
เพื่อกิเลส (Fashion/Ego)"
การทำงานคือการปฏิบัติธรรม: ทำหน้าที่ให้ดี
ที่สุดเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่ทำ
เพียงเพื่อ "ค่าจ้าง" ไปซื้อของมาสะสม
มีความสุขที่ "ว่าง" จากความยาก: ฝึก
หาความสุขจากความสงบ การให้ หรือการอยู่
กับธรรมชาติ แทนความสุขจากการช้อปปิ้ง
"โลกนี้เพียงพอสำหรับความต้องการของทุก
คน แต่ไม่เคยพอสำหรับความโลภของคน
เพียงคนเดียว" (แนวคิดที่สอดคล้องกับ
ปณิธานนี้)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น